เพื่อนรักต่างมิติ ตอน จุดประกายแห่งแสง

เค้าโครงเรื่องจริง โดย ปพรธ์พงษ์ ชะหมู่
เรียบเรียง โดย ญาตา

ณ ดินแดนอันไกลโพ้นจากจักรวาลฝั่งตรงข้าง เสียงอึกทึกครึกโครมประหนึ่งลั่นกลองรบก็มิปาน ดังระงมอยู่ทั่วพื้นที่อันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เหล่าชุมนุมชนผู้มากด้วยความสามารถขั้นสูงสุดแห่งดินแดนนี้กำลังรวมตัวกันเพื่อประชุมคัดเลือกผู้ที่มีคุณธรรมและคุณสมบัติสูงสุดแห่งดินแดนนี้ เพื่อส่งไปทำหน้าที่ยังอีกฟากหนึ่งของจักรวาล เหตุสืบเนื่องจาก “กาลวิบัติแห่งจักรวาลในวาระนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว”

จากคำทำนายดั่งเดิม อันเป็นตำนานเล่าสืบต่อกันมาเป็นเวลาหลายล้านปีแสงยังดินแดนอันสงบสุขแห่งนี้

ผู้ผ่านกาลเวลาได้เล่าสืบต่อกันมาว่า ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล มีที่พำนักของนักเดินทางแห่งเวลาอยู่ไปทั่วทุกกาแลคซี่ หากถิ่นใดถิ่นหนึ่งยังมิได้พัฒนาจิตอันหยาบกร้านให้ละเอียดละออแล้ว กาลเวลาจะนำพามาถึงความล่มสลายในถิ่นแห่งนั้น บ้างก็มีกายหยาบ บ้างก็มีเพียงจิต บ้างก็สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปไม่จบไม่สิ้น การกำเนิดไปยังแต่ละพื้น ขึ้นอยู่กับวาระแห่งจิตจักรวาลอันเป็นพลังงานสูงสุดของจิตต้นกำเนิด ซึ่งสุดแล้วแต่ห้วงเวลานั้นว่าการขัดเกลาจิตทั้งหลายขึ้นอยู่กับเงื่อนไขอันใด

จักรวาล คือ การดำรงอยู่ คือการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนไปอยู่เสมอ แม้นาม แม้รูป ใดๆ ก็มิมีความเที่ยงแท้ ความสมบรูณ์แลความไร้สมบรูณ์มิต่างกัน แต่หากกำเนิดเกิดยังที่ใดแล้ว ข้อสุดท้ายที่ทุกดวงจิตต้องทำให้ได้ คือ กลับไปยังจิตเดิมแท้แห่งจักรวาลที่จากมา ก่อนจิตจะแตกดับสูญสลายด้วยความทุกทรมานเพราะความหยาบที่สะสมผ่านกาลเวลา หากแม้นไม่แต่ดับแต่เข้าสู่ภาวะมืดดำนิรันกาลก่อนจะกลับไปยังจิตต้นกำเนิดที่แท้จริงได้ ก็มิอาจจะมีสิทธิที่จะได้กลับไปชั่วกัปชั่วกัลป์ ในความมืดมิดนั้นช่างแสนทรมาน ความเจ็บปวดอันไม่มีที่สิ้นสุด เสียงอันโหยหวนไม่เคยเงียบหาย ความหลับใหลไม่เคยมีในพื้นที่อันหนาวเหน็บแห่งนี้เลย และมีผู้เดียวที่ล้างส่งจิตวิญญาณเหล่านี้ได้ คือ เทวทูตแห่งความตาย ผู้ที่พิทักษ์เหล่าดวงวิญญาณทั้งหลายไม่ให้ก้าวก่ายล่วงล้ำพื้นที่กันและกัน ซึ่งรอบในการชำระล้างแต่ละครั้งจะวนมาครบรอบเมื่อมีจักรวาลเกิดใหม่ 1 จักรวาล

สมาพันธ์แห่งจักรวาล จะมีสภาจักรวาลกลางเป็นผู้ตัดสินในการตรวจสอบและฝึกฝนทุกดวงจิต ซึ่งจะต้องผ่านหลักเกณฑ์ของสภานี้เท่านั้นจึงจะกลับไปยังจิตเดิมแท้ได้

และกาลนี้ได้มาถึงแล้ว ช่วงวาระแห่งโอกาสที่ทุกดวงจิตจะได้ทำหน้าที่อันแท้จริงโดยเจตจำนงค์อันเที่ยงแท้ของจิตดั้งเดิมอีกครั้ง แม้นดินแดนนี้จะเป็นสุขยิ่งนักแต่ก็มิใช่ว่าจะเที่ยงแท้แน่นอน ตลอดเวลาหากไม่มีการส่งดวงจิตที่พร้อมไปช่วยผลักดันในถิ่นต่าง ๆ ให้ตื่นจากพลังงานอันดำมืดที่มีขุมพลังงานมหาศาลที่คอยทำหน้าที่ทดสอบดวงจิตต่าง ๆ ในถิ่นทั้งหลายนั้น ความวิบัติก็จะมาเยือนเร็วขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

ดวงจิตต่าง ๆ มักจะหลงลืมที่มาของตนเอง ซึ่งเป็นกลไกแรกเริ่มในการฝึกเสมอ ยิ่งผ่านกาลเวลานานมากเท่าไหร่โอกาสที่จะกลับไปยิ่งน้อยลงทุกที

ในการชุมนุมครั้งนี้จึงเป็นครั้งสำคัญของจักรวาล เนื่องจากดินแดนฝั่งตรงข้ามได้มีความหยาบของจิตเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ ถึงกับทำลายถิ่นที่ตนเองพำนักอย่างเกินจะยับยั้งเยียวยา ซึ่งถิ่นนั้นอยู่ไปยังอีกกาแลคซี่หนึ่งชาวถิ่นนั้นมีภาษาจากกายหยาบในรูปแบบต่าง ๆ กัน มีส่วนหนึ่งที่ใช้ภาษาจิตได้โดยผ่านการฝึกฝนจากดวงจิตที่ไปแฝงทำหน้าที่จากดินแดนแห่งนี้ เป็นเวลานาน และในถิ่นนั้นเรียกพื้นที่ ๆ ตัวเองอยู่ว่า “โลก” การกระทำต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากโลก ล้วนมีผลกระทบไปทั่วทุกมิติในกาแลคซี่ต่าง ๆ มากบ้างน้อยบ้าง ตามระยะห่าง และองศาที่ส่งถึงกัน ซึ่งขณะนี้ส่งผลรบกวนไปทั่วทั้งจักรวาลของโลกเอง และจักรวาลใกล้เคียง จนมาถึงดินแดนแห่งนี้ด้วย

จึงถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันเยียวยา ก่อนที่ชาวโลกจะเร่งเร้าให้พลังงานดำกลืนกินจนจักรวาลข้างเคียงต้องเดือดร้อนกันไปหมด

ผู้นำแห่งดินแดน ได้กล่าวทำนองอันก้องวานไปทั่วอาณาจักรว่า ถึงกาลเวลาที่เราจะต้องตามดวงจิตที่แฝงไปช่วยเหลือกลับเสียที แต่ครั้งนี้เราต้องเสียสละผู้นำที่มีคุณธรรมสูงสุดและมีความสามารถครบด้านที่สุดไปยังโลก ที่ผ่านมาเราไม่เคยส่งไปเต็มตัว เป็นเพียงการสื่อสารระยะไกลเพื่อเยียวยาเท่านั้น แต่ครั้งนี้หากไม่ทำเช่นนี้ เห็นที่จักรวาลจะเสียหายเร็วขึ้นมาก…

เสียงอื้ออึงดังไปทั่วพื้นที่อันร่มเย็น ดินแดนที่ไม่มีความมืดมิดใด ๆ มาปกคลุม ทุกกาลเวลาไม่มีความหมายยังดินแดนแห่งนี้ พื้นทรายขาวสะอาด น้ำสีฟ้า ลมอันแสนสงบไหลเอื่อย ๆ ตลอดเวลา ต้นไม้ ใบหญ้า ก้อนหิน ภูเขา ทุกสรรพสิ่งที่นี่ที่มีชีวิตจิตใจ ชีวิตต่าง ๆ หลากหลายตามสายพันธุ์ ไม่มีกายหยาบ แต่มีกายละเอียดโปร่งแสงสวยงาม ทุกสิ่งละมุนตาและสอดคล้องต้องกันตามหน้าที่แห่งความเชื่อมโยง…

จิตทุกดวงที่นี่ล้วนมีคุณค่าเสมอกัน ทำหน้าที่ตามวาระสุดท้ายเพื่อผ่านการทดสอบในการกลับไปรวมกับจิตใหญ่ จิตเดิมแท้แห่งที่มาของความเชื่อมโยงถึงกัน

เสียงปรึกษากันอื้ออึงไปทั่ว มีการจับกลุ่มหารือเรื่องผู้ที่จะต้องไปยังโลกกันอย่างอึกทึก…

จนมีเสียงหนึ่งดังขึ้น.. “ท่านผู้นำ เมื่อผู้ที่ไปยังโลก ไปกำเนิดเป็นมนุษย์ ณ ถิ่นนั้น จะมีสิ่งใดที่จะนำทางผู้นั้นกลับมายังดินแดนเรา หรือจะรับรองได้ว่าผู้นั้นกลับไปยังจิตเดิมแท้ได้โดยสมบูรณ์  มันมีโอกาสมากที่แม้จะพร้อมแทบจะทุกอย่าง แต่ทุกอย่างมีจุดอ่อนเสมอ หากไปเกลือกกลั้วทั้งหมดจะเป็นการดีหรือ เพียงแค่ส่งกระแสไปแฝงคอยสนับสนุนก็น่าจะเพียงพอดังที่ผ่านมาแล้วมิใช่หรือ โลกมีสิ่งล่อหลอกหลอกมากมาย ซึ่งท่านและทุกท่านก็ประจักษ์กันดีอยู่แล้ว ที่นั้นเป็นสังเวียนในการประลองทุกอย่าง การส่งไปมิใช่เป็นการเสียเวลาเปล่าหรือ”

หาเป็นเช่นนั้นไม่ เราได้ประชุมกับสภาจักรวาลกลางแล้ว ทางเดียวที่จะชะลอเรื่องนี้ได้ คือ การที่เราจะต้องส่งดวงจิตจากดินแดนนี้ไปที่นั่นจริง ๆ เพราะจิตมนุษย์หยาบเกินไปที่จะรับสารเพื่อพัฒนาได้อีกต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดของผู้ที่ไป คือ การสื่อสาร จะต้องรับสารและเป็นสารเองด้วย ทุกอย่างจะต้องปรับตัวและปฏิบัติได้จริงให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นต้นแบบให้กับมนุษย์รุ่นถัดไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอยู่ในร่างกายมนุษย์และจะทำได้ มีจักรวาลอื่นส่งไปแต่ก็ยังทำได้ไม่ดี จึงมีการร้องขอมายังดินแดนเราเพื่อเกื้อหนุนโดยด่วน มิเช่นนั้นที่ส่วนอื่นทำไปก็จะเสียเวลาเปล่า…ผู้นำกล่าว

ทุกเสียงเงียบสงบลงทันที หลังจากผู้นำกล่าวจบ เป็นที่รับทราบโดยทั่วกันว่า เป็นการตระหนักในการรับผิดชอบร่วมกันของจักรวาลต่าง ๆ ที่จะชะลอเหตุการณ์ครั้งนี้ให้ช้าจนเป็นปกติ

เสียงผู้นำดังขึ้นอีกครั้ง…มีผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทางไกลครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สภาจักรวาลลงมติเป็นเอกฉันท์ หากแม้นภารกิจนี้สำเร็จจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว ท่านจะผ่านบททดสอบสุดท้ายโดยทันทีเพื่อกลับไปรวมกับจิตเดิมแท้ที่ท่านจากมา และตลอดเวลาท่านจะเชื่อมกับพลังงานสูงสุดแห่งจักรวาล อันเป็นจิตเดิมแท้ของท่านโดยตรง เพื่อเป็นการรับรองว่าไม่ว่าอย่างไรท่านจะกลับบ้านถูกอย่างแน่นอน และเหล่ามิติต่าง ๆ ในจักรวาล พร้อมทั้งมิติทับซ้อนบนโลก จะให้การเกื้อกูลท่านตามวาระเสมอ เพื่อให้ท่านมีความสมบูรณ์พร้อมในทุก ๆ ท่าน และไม่ให้หลงภารกิจไปไกล ท่านจะไม่มีทางเดียวดายในโลกอย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องปรับตัวมากหน่อยเท่านั้นเอง เวลาบนโลกแต่ละรอบเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ปี มนุษย์ ท่านจะต้องเก็บรายละเอียดและทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ก่อนจะกลับไปยังจิตเดิมแท้ และตลอดเวลาท่านสามารถเชื่อมโยงสื่อสารมายังดินแดนนี้ได้เสมอ โดยผ่านกระแสจิตอันบริสุทธิ์ ซึ่งนั้นจะเป็นคุณสมบัติพื้นฐานข้อแรกของท่าน เพื่อให้เชื่อมได้กับทุกมิติอย่างไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น หากแม้นว่าถูกพลังงานดำเข้าแทรกแซง จะมีผู้ทำหน้าพิทักษ์คอยช่วยเหลือเตือนให้ขัดเกลาจิตให้ขาวรอบพร้อมในการทำหน้าที่อยู่เสมอ ไม่มีสิ่งใดต้องเป็นกังวลทั้งสิ้น ทุกท่านจะคอยเป็นกำลังให้ การเสียสละครั้งนี้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่อันจะเป็นตำนานเรื่องต่อไปสำหรับนักท่องกาลเวลา…และท่านผู้ที่ได้ผ่านการคัดสรรในครั้งนี้ คือ…

ก่อนเสียงตัดสินจะดังขึ้น…เสียงก้องกังวานจากทางไกลก็ดังขึ้น

ช้าก่อน..เรามีวิธีอื่นที่จะเสนอขอเพียงฟังเราสักนิด

ในความเป็นมนุษย์ทั้งหลายที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้ ก็ยังมีโอกาสที่จะฟื้นฟูได้อยู่มิใช่หรือ แล้วใยจักต้องเสี่ยงกันมากมาย ในเมื่อฐานที่สามารถรับพลังงานได้ก็มีอยู่ มนุษย์ที่ถูกปรับยีนส์ไว้ก็มีอยู่ เพียงแต่เรายังไม่เคยส่งพลังงานลงไปในรูปแบบที่ชัดเจนเลยก็เท่านั้น ขอเพียงครั้งนี้พวกท่านลองดูสักครั้งว่าถ้าเลือกวิธีส่งชาวเราลงไปในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม สื่อสาร ให้ข้อมูล พร้อมการปฏิบัติที่พวกมนุษย์เค้าจะทำได้ในการดำเนินชีวิตจริง ข้าฯ ว่า น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีได้ และเป็นการคลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ จากแก่นของเรื่องจริง ๆ

ทุกอย่างเงียบงันลงชั่วขณะ..

เริ่มมีการมองหน้ากันและกัน บ้างก็เริ่มพยักหน้ารับ ส่งสัญญาณที่ดีต่อกันราวกับว่า มันเป็นสิ่งที่ใช่และคือทางออกที่เหมาะสมสำหรับเรื่องนี้

แล้วพวกเราจักเริ่มกันอย่างไรดี…ขอท่านแนะนำมาเถิด

ถ้าพวกท่านเห็นด้วยกับเรื่องนี้ เบื้องต้นเราต้องส่ง..โอราฟ..จิตวิเศษที่พร้อมไปด้วยความรู้ในภพภูมิและศาสตร์ต่างๆ ที่ต้องเข้าใจบนโลกไปเยือนผู้โชคดีของเรากันก่อน…พวกท่านว่าดีหรือไม่

พลังงานอันอุ่นไอดั่งรอยยิ้มที่มีเสียงหัวเราะโปรยปรายไปทั่ว….เราพบทางออกกันแล้วจริงๆ ด้วย ลืมกันไปเลยว่าเรามีผู้เชี่ยวชาญกับการรับมือชาวโลกอยู่ด้วย

ถ้าเช่นนั้น…ส่งทูตไปเชิญท่านโอราฟ..มาทำงานนี้กันเถิด

จากความอึกทึก..ก็กลับ..สู่..ความสงบอีกครั้ง..ผู้มีหน้าที่ตรงดิ่งไปยังดินแดนอันแสนสุขของ..ท่านโอราฟ..ในทันที

Leave a Reply