Posted in ชีวิตของนิดหน่อย

ชีวิตทาสของนิดหน่อย

นั่งแกะปลาทูนึ่งที่ซื้อมาจากตลาดให้เมี้ยวกิน เป็นงานหลักอีกอย่างที่นิดหน่อยต้องทำ แกะไปเมี้ยวก็จ้องหน้าไปหมาน้อยก็คอยสะกิด ทำตาแบ้ว ๆ ไหนของหนูอ่ะมี้ กินได้ยัง…

พอยื่นให้ไม่ชอบก็สะบัดหน้าหนี คือไร ไม่กิน แต่ขอ มี้มันก็สรรหาของที่ยื่นให้หมาน้อยแล้วจะกินต่อไป ชีวิตช่างกดดันอะไรอย่างนี้ ที่นอนก็แบ่งให้ไม่ได้คิดตังค์สะหน่อย มานอนทับบ้าง นอนบนหัวบ้าง เบียดบ้าง แถมมากันทั้งทีมไม่ใช่มาตัวเดียว พอจะกินยังเอาแต่ใจอีก ชีวิตทาสจริง ๆ ผ่อนลมหายใจเบา ๆ สองทีแล้วก็แกะปลาต่อให้พวกคุณหนูรับทานกันไปอย่างมีความสุข ความสุขของหมาเมี้ยวก็คือ ความสุขของมี้…น้ำตาจิไหล

บางทีก็คิดว่าให้มันกินทั้งตัวทั้งก้างเลย แมวมันจะติดคอมั้ย เห็นมีคนพูดต่อ ๆ กันมาว่าถ้าก้างติดคอให้เอาตีนแมวไปเกาคอจะหาย ก็ไม่รู้ยังไม่เคยลองสักที แต่มันดูเป็นความเชื่อที่ทำให้เห็นว่าแมวมันต้องกินปลาได้โดยที่ก้างไม่ติดคอแน่ ๆ ถึงมีความคิดแบบนี้ส่งต่อกันมาเรื่อย ๆ

ที่ไปซื้อปลาทูนึ่งให้แมวแข่งละ 25 บาท มีสามตัวบ้างสี่ตัวบ้าง เพราะว่าให้อาหารกระป๋องมันก็ซ้ำ ๆ ให้อาหารเม็ดมันก็ซ้ำ ๆ อะไรที่ซ้ำ ๆ มันก็ไม่ค่อยจะดีกับร่างกายเท่าไหร่ เรื่องนี้มันรวมทั้งหมาเมี้ยวและคนทั่ว ๆ ไป แต่ก็อีกนั่นแหละ ปัญหาโลกแตก คือ แม้แต่นิดหน่อยเอง ก็ไม่รู้ว่าวัน ๆ จะกินอะไรดี

เรื่องกินนี่มันเป็นงานสร้างสรรค์มากนะ คนที่คิดได้ตลอดเวลาว่าจะกินอะไรนี่ คือ สุดยอดในความรู้สึกของนิดหน่อยเลยนะ

งานด้านอาหารจึงเป็นงานศิลปะสร้างสรรค์สุด ๆ ในสายตานิดหน่อย มันไม่ใช่แค่ทำ ๆ แล้วยัดเข้าปาก อิ่มแล้วก็จบ ยิ่งยุคนี้อาหารต้องออแกนิค คลีน ปรุงน้อย สารอาหารครบ ต่างจากยุคก่อนมาก เนื่องจากสารเคมีมาตามความต้องการของผู้บริโภค จนตอนนี้เราอาจต้องกินอาหารอวกาศที่สารอาหารครบจบในเม็ดเดียวแทน จึงลดการตกค้างของเคมีในร่างกายจากการกินได้มากขึ้น

แม้ว่าเราเลือกได้ แต่ก็อาจจะเลือกไม่ได้ในเวลาเดียวกัน ที่แน่ ๆ คือ สัตว์เลี้ยงเรากินตามที่เราเลือก มันจะเป็นอะไรก็อยู่ที่เราเลือกสรรให้มันกินนั่นแหละ

ที่ว่าคนเราทั้งเลือกได้เลือกไม่ได้ในเวลาเดียวกัน มันมาจากว่า สิ่งที่เราคิดว่าเราเลือกแล้ว จริง ๆ ลองมองดูสิ เมื่อกี้นิดหน่อยไปเดินตลาดมา มีคนขายของหลายร้าน แต่ละร้านเลือกของมาขาย แล้วเราก็ไปเลือกของที่มีอยู่ในตลาด เดินวน ๆ ไม่รู้จะซื้ออะไรได้ปลาทูมาเข่งนึง นี่เหรอเลือกได้ ก็ได้นะ เรียกว่าเลือกได้อย่างจำกัดละกัน ซึ่งโลกทั้งใบมันก็อยู่ด้วยระบบนี้ เราถูกจำกัดไว้ภายใต้ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างแยบยล เราถูกจำกัดไว้ภายใต้กิเลสที่ขับเคลื่อนความอยากในรูปแบบต่าง ๆ  และเราก็ถูกจำกัดไว้ภายใต้ธรรมชาติของชีวิตอันมีเวลาจำกัดของเราเอง

การอยู่บนโลกของนิดหน่อยจึงค่อนข้างจะอึดอัด ทุกครั้งที่ลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เด็กจะรู้สึกว่าตื่นผิดที่มาตลอด แล้วค่อนปรับให้คุ้นเคยว่า เออนี่บนโลกนะเค้าเป็นกันแบบนี้ พฤติกรรมต่าง ๆ ที่เค้าแสดงกันมันมาจากอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันตามพื้นฐานของแต่ละคน บ่อยไปที่นิดหน่อยไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะว่า นิดหน่อยมีความสามารถในการขยับความถี่ของสมองให้เชื่อมโยงกับมิติอื่นได้ ความรู้หลาย ๆ อย่างของนิดหน่อยก็ได้มาจากการพูดคุยทางจิตกับเพื่อนในมิติอื่น ๆ ซึ่ง ไม่ใช่แค่ คนตาย ต่างดาว สัตว์ ความเข้าใจของนิดหน่อยจึงค่อนข้างกว้าง แต่จะกว้างแค่ไหนก็ยังจำกัดอยู่ภายในร่างของมนุษย์ เพราะคราวนี้ต้องมาเรียบเรียงเรียนรู้ภายใต้บทบาทความเป็นมนุษย์บนโลกของจักรวาลนี้

มันจึงเป็นจุดเริ่มต้น ของความสนใจที่ว่าแล้วเราจะพ้นจากตรงนี้โดยไม่ต้องวนเวียนกลับมาอยู่กับความหลากหลายของโลกอันจำกัดคับแคบนี้ได้ยังไง

การผจญภัยของนิดหน่อยถึงได้เริ่มขึ้น โดยในทุก ๆวัน นิดหน่อยจะต้องรู้จักตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ มันเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะจริง ๆ แล้วถ้าเราดูกันให้ดี ๆ คนที่เราไม่เคยจะสนิทด้วยเลย คือตัวเราเองนี่แหละ

แล้วจะรู้จักตัวเองได้ยังไง ไว้เจอกันใหม่นะจ้า #ชีวิตของนิดหน่อย

Share good thing with:

Author:

ชีวิตคือความหลากหลายในทุกมิติที่ลงตัว

Leave a Reply