Posted in เสี้ยวหนึ่งในทวารปุระ

เสี้ยวหนึ่งในทวารปุระ Ep.2

ฟ้าเมืองนครปฐม ก็ไม่ต่างจากเมืองอื่นๆ  ของไทย  
อากาศก็โปร่งร้อนทะลุทุกเส้นใย
แต่ไม่รู้ทำไมความรู้สึกสะท้านจนเย็นเข้าไปในใจกลับไม่หายไปสักที

เสียงซุบซิบจากกลุ่มนักศึกษาที่นั่งอยู่แถวนั้นดังมาไม่ขาดระยะ
“เฮ้ยๆ  แกๆ  ใครวะดูดีจัง ท่าจะไม่ใช่คนแถวนี้” เสียงนักศึกษาแถวนั้นลอยมา
“ใส่ชุดแปลกๆ  แขกรึป่าว  แต่ก็เท่ห์ดีนะ”  อีกเสียงนึงแทรกมา
“เห็นว่าเป็นเพื่อนกับ ดร.เอนกนะ”  อีกเสียงนึงเสริมทันที
“แกรู้ได้ไง ไปรู้มาตอนไหนทำไมเราสองคนไม่เห็นรู้อ่ะ”  เจ้าของสองเสียงแรกพูดแทบจะพร้อมกัน
“อิอิ  ไม่บอกถ้าพวกแกอยากรู้ก็ไปถามกันเองสิ  ไปละ”  แล้วสาวนางนั้นก็เดินสะบัดก้นออกจากกลุ่มไป

ผมยืนอยู่ไม่ห่างก็ได้แต่ทำหน้าเฉยๆ  ฟังเสียงนินทาแล้วก็อมยิ้มไป  อย่างน้อยเค้าก็ชมเราล่ะน้าา  แล้วเจ้าหน้าที่ที่เพื่อนฝากไว้ก็พาไปทัวร์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ และพิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์  สองที่นี้อยู่ห่างกันไม่ไกล  เจ้าหน้าที่แนะนำนู่นนี่ไปตลอดทางผมก็ฟังไปได้ความรู้หลายอย่าง  และเจ้าหน้าที่ยังบอกด้วยว่าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์นี้เคยจะถูกยุบ  ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีบุคลากรและขาดแคลนงบประมาณในการจัดแสดง  จึงจะย้ายโบราณวัตถุทั้งหมดไปไว้รวมที่อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี  เพราะที่นั่นทำใหญ่โตกว่าที่นี่มาก…มันก็แปลกดีนะ  คนเราแย่งชิงความเก่าแก่  เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนกันได้ด้วย

การบรรยายเรื่องประวัติศาสตร์ทวารวดีตอนต้น  ใช้เวลาเพียงครึ่งวัน ดร.เอนกเลยมีเวลาว่างในช่วงบ่ายที่จะพาผมไปดูงานที่ตั้งใจจะมาดูกันโดยเฉพาะ
“มันก็เดิมๆ  นะ  คนเราแย่งชิงความเก่าแก่เพื่อความรุ่งเรืองในช่วงสั้นๆ  ของชีวิตตัวเอง”  ผมพูดลอยๆ
“นายนี่มันเหมือนเดิมเลยนะ เข้าใจโลกไม่มีเปลี่ยน  แต่ก็อย่างว่ายิ่งเมืองพัฒนาไปแค่ไหน กิเลสคนมันก็พัฒนาตามไปไม่มีหยุด”  ดร.เอนก กล่าว
“เอ้าก็โลกมันร้อนขึ้นทุกวัน  เมืองไทยดันอากาศดีฟ้าเปิดดินโปร่ง  ก็กินตามอุณหภูมิที่สูงขึ้นเป็นปกติชนคนของหลวง 55” ผมก็ว่าไปตามเรื่อง  ส่วนเพื่อนก็ยิ้มจืดๆ  ด้วยความเข้าใจเป็นอย่างดี…

“เออนิ  ตกลงทวารวดี นี่เป็นเมืองหรือเป็นแค่ชื่อเรียกของเมืองท่า เพราะเราหาข้อมูลอ่านๆ  มา  มันมีหลายที่นี่นาที่ใช้คำคล้ายๆกัน  และบางอย่างที่พบ เช่น เหรียญทวารวดี  ก็ไม่ได้มีแค่ที่บ้านเราที่อื่นเค้าก็มี  อย่างพม่างี้ดีไม่ดีมีมากกว่าเสียด้วยซ้ำ”  ผมเปลี่ยนคุยเรื่องมาเข้าเรื่องนี้แทน เพราะเห็นเพื่อนทำหน้าเจื่อนๆ  คงกระอักกระอ่วนกับสิ่งที่เจออยู่ประจำ

สีหน้า ดร.เอนกดีขึ้น แววตาเริ่มแปล่งประกาย คือ มันก็เป็นงี้ทุกทีเวลาจะได้เล่าอะไรที่มันเกี่ยวกับพงศาวดาร ตำนานล้านปีนี่จะชอบมาก พลังล้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แล้วก็อธิบายให้ผมฟังในมุมมองของเค้าว่า

“ในมุมมองของเรามันมีจุดน่าสนใจอยู่หลายจุดนะ  อย่างพวกเหรียญที่ขุดเจอกันแถวๆ  นครปฐม  อู่ทอง และเมืองเก่าๆ  อีกหลายแห่ง ภาษาที่ใช้จารึกก็เป็นภาษาสันสกฤต  แต่ยังไม่ได้สรุปแน่ชัดนักว่าแปลเป็นไทยว่า ศรีทวารวดี ปุณยะ ศวร  แต่รวมๆแล้วก็น่าจะหมายถึง บุญกุศลของพระราชาแห่งทวารปุระ หรือสิริทวารปุระ หรือศรีทวารวดี อะไรทำนองนี้  หรือจะแปลว่าพระเจ้าผู้ประเสริฐแห่งเมืองทวารวดี อะไรทำนองนี้ก็ได้  ก็ยังไม่แน่ใจนักว่าจะเป็นชื่อเมือง  หรือชื่อเจ้าครองเมือง  ถ้าในมุมมองของเราก็มองว่าเหรียญเหล่านี้ต้องถูกจัดทำขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ ในงานสำคัญอะไรสักอย่าง  ถ้าตั้งสมมติฐานว่าดินแดนแห่งทวารดีเป็นบ้านเมืองเราในยุคนั้น  ก็ต้องมีงานสำคัญแล้วเชิญเจ้าใหญ่นายโตมาร่วมงานแล้วให้กำนัลเป็นที่ระลึกในการมาเยี่ยมเยือน  เนืองจากว่ามันมีเหรียญเหล่านี้อยู่ที่อื่น  แต่ก็ยังคงเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีการไปมาหาสู่กันได้ในช่วงยุคนั้น” ดร.เอนก อธิบายความคิดเห็นให้ฟัง

ผมจึงเปิดเรื่องต่อ ไหนๆ เพื่อนก็เป็นประเภทมนุษย์ที่มีคัมภีร์ไตรเภทไว้ครอบครองก็ต้องขอฟังสักหน่อย นานๆ  จะเจอสักที “แล้วที่ว่าเป็นเมืองของพระกฤษณะ ในมหากาพย์ภารตยุทธนี่มันเกี่ยวกันยังไง”

ดร.เอนก เล่าต่อ “ทวาร ทวารวดี เป็นคำสันสกฤต  หมายถึงประตู  ส่วนหนึ่งเราเชื่อว่า  หมายถึงประตูทางการค้าในยุคนั้น  อย่างเช่นเมืองท่า  เป็นคำที่มีความหมายคล้ายๆ กัย ทวารกะหรือทวารกา ซึ่งเป็นเมืองของพระกฤษณะ ในมหากาพย์ภารตะยุทธที่ว่านั่นแหละ  แต่เมืองของพระกฤษณะจะต่างกันในการให้ความหมายในเชิงเกี่ยวกับมิติทับซ้อนอื่นๆ  ด้วย  คือ ทวารกะหรือทวารกานี้ จะเป็นประตูที่เชื่อมต่อระหว่างดินแดนของมนุษย์  สวรรค์  และเมืองบาดาล ถ้าจะเทียบพื้นที่ในปัจจุบันก็คาดว่าจะอยู่แถวๆ  ทางตะวันออกของอินเดีย คือ ช่วง มุมไบ เดลี ประมาณนี้”

“อ่าวถ้าอย่างนั้นแล้วทำไม  มาโผล่ที่เราได้ล่ะ”  ผมถามด้วยความอยากรู้
“ได้สิ  เมื่อสมัยพันปีก่อน  คนอินเดียที่อพยพไปตามที่ต่างๆ มักตั้งชื่อเมืองที่ตนเองอพยพมาอยู่ ตามชื่อตัวเองบ้าง  ตามการนับถือศาสนาบ้าง  ตามความเชื่อตนเองบ้าง  ก็ต้องมีบางส่วนบ้างแหละที่เป็นไปได้ว่าจะมาอยู่แถบนี้  ที่น่าสนใจ  คือ  นครปฐม  อู่ทอง  อาจจะไม่ใช่เมืองท่าทวารวดีแค่เพียงแห่งเดียว  ทางฝั่งอันดามัน  ทวาย  ก็เป็นไปได้ว่าจะเป็นด้วย และอาจจะเชื่อมโยงกับเมืองทวารกะของพระกฤษณะก็เป็นไปได้นะ”  ดร.เอนก ให้ความคิดเห็น

มันเป็นความรู้ใหม่ที่ยังไม่เคยมีในหัวมาก่อน  แต่คิดๆ ไปเมื่อพันปีที่แล้วอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
เราไม่ได้เกิดมาเห็นตอนนั้นนี่นา…หรือ  คิดเล่นอาจจะเคยเกิดช่วงนั้นก็ได้นะ ถึงรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่แรกที่เหยียบแผ่นดิน….

ทวารวดี.jpg

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร  อิงข่านจะเคยเกี่ยวพันกับยุคทวารวดีหรือไม่

…โปรดติดตามตอนต่อไป…

-ญาตา-

Link : เสี้ยวหนึ่งในทวารปุระ Ep.1  Link : เสี้ยวหนึ่งในทวารปุระ Ep.3

Share good thing with:

Author:

ชีวิตคือความหลากหลายในทุกมิติที่ลงตัว

2 thoughts on “เสี้ยวหนึ่งในทวารปุระ Ep.2

Leave a Reply