Posted in Gaining knowledge, General, MuTeLu

เรื่องสั้น : แมง..สี่หูห้าตา Ep. 2

จากตอนที่แล้ว  คุณเพื่อนก็ได้ของกำนัลสมใจไปเป็นที่เรียบร้อย  ส่วนเราแมงสี่หูห้าตาก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจและผ่านไปแล้ว  ชีวิตก็ดำเนินต่อไป  จนกระทั่งวันนึง

ช่วงนั้นขับรถตระเวนเที่ยวเล่นในป่าตามเรื่องตามราวแถวๆ  สุราษฎร์และนครศรีธรรมราช  ไปนู่นนี่ตามปกติ  การขับรถเที่ยววันละสองสามจังหวัดมันเป็นเรื่องปกติของเราและผองเพื่อน  วันนั้นช่วงเช้าประมาณสักหกโมงเช้า ได้ขับรถไปเส้นดอนสักมุ่งหน้าไปนครศรีธรรมราช สะดุดตาพระภิกษุรูปหนึ่ง  เดินอยู่ริมทางคนเดียว  เราก็ปาดรถเข้าไปจอดทันทีในแต่รถไม่มีอะไรจะใส่บาตร  เลยเอาเงินใส่บาตร  ท่านก็อวยพรและบอกกลับมาว่าให้เอาเงินนี้กลับไปเป็นสิริมงคลนะ  อาตมาไม่รับปัจจัย

พวกเราก็รู้สึกดี  ที่ได้พบพระแบบนี้ เลยขอตามท่านไปวัด  วัดท่านอยู่ในแนวป่าค่อนข้างไกลผู้คนพอควร  ดูสงบๆ  สนทนาถามท่านเรื่องนั้นเรื่องนี้จึงได้รู้ว่าท่านเป็นพระมาจากทางภาคกลาง  ธุดงค์มาเรื่อยๆ  คงอยู่สักพักแล้วก็จะไปที่อื่นต่อ  ท่านอยู่มาหลายที่  ได้พบเจอเรื่องราวมากมาย  ท่านได้เอาสมุดบันทึกมาให้ดู  ท่านบอกมีหลายอย่างที่คนเข้าใจผิดเพี้ยนไปมาก  แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้เนื่องจากไม่ได้มีความรู้เรื่องอินเตอร์เนตเลยไม่รู้จะเผยแพร่ยังไง ก็บอกได้เท่าที่พบเจอเท่านั้น

แล้วสักพักเรากราบลาท่าน  และก็ออกเดินทางต่อไปทางนครศรีธรรมราช  ไปพบผู้ใหญ่ท่านนึงท่านเรียนวิชาอาคมจากครูบาอาจารย์รุ่นเก่าๆ  เป็นผู้ปฏิบัติดีเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านและข้าราชการในจังหวัด เราชอบไปให้ท่านเล่านู่นนี่ให้ฟังมันได้ความรู้และเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตที่ทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยจะมีใครสอนกันแล้ว  แล้วการเดินทางไปครั้งนี้ทำให้เราได้รู้เรื่องราวของเจ้าสี่หูห้าตาโดยบังเอิญ  เรื่องมีอยู่ว่า

ผู้ใหญ่ท่านนี้ในอดีตท่านรับราชการ  จึงได้เดินทางไปหลายที่และได้ย้ายไปตามตำแหน่งต่างๆ  ที่ได้รับมอบหมาย  มีช่วงหนึ่งที่ท่านย้ายไปทางเหนือสมัยนั้นพื้นที่กันดารต้องบุกป่าฝ่าดง  ท่านก็เล่าไปเรื่อยๆ  จนมาสะดุดด้วย  คำว่า  ท่านได้เห็นตัวประหลาดมาช่วยชาวบ้านในหมู่บ้านดับไฟ  แต่วิธีของมันคือมันมารุมกันกินไฟนั้นจนมอดหมดแล้วก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

เท่านั้นแหละพวกเราหูผึ่งขึ้นมาทันที  รีบถามต่อ..มันใช่ตัวสีหูห้าตามั้ยคะ  คือ  เคยได้ยินตำนานว่าเป็นพระอินทร์แปลงลงมาช่วยเหลือมนุษย์อะไรอย่างนี้น่ะคะ

ท่านตอบว่า…”ไม่รู้นะว่าจะเป็นพระอินทร์แปลงลงมามั้ย  เพราะถ้าเป็นพระอินทร์แปลงมามันน่าจะไม่มาเป็นฝูง น่าจะมาเดี่ยวเพราะท่านก็มีฤทธิ์มากพอที่จะดลบันดาลสิ่งต่างๆ ในโลกมนุษย์ได้อย่างสบายๆ”  ท่านให้มุมมองสอนให้สังเกต

หลังจากวันนั้นด้วยความที่ท่านสงสัยจึงไปกางเตนท์อยู่หลายคืน  ทุกคืนก็นั่งสมาธิภาวนาไปด้วย  จนคืนที่สองได้ยินเสียงกุกกักที่ข้างเตนท์แต่ก็ไม่ได้ออกไปดูรอจนรุ่งเช้า  ก็ออกมาดูที่ข้างเตนท์เจอก้อนทอง  ทองจริงๆ  แต่รูปร่างมันเหมือนมูลสัตว์อะไรสักอย่าง  ก็เก็บไว้ก้อนทองนั้นไว้ก่อนแล้วออกลาดตระเวนตามปกติ

ตกกลางคืนก็เข้าสมาธิภาวนาตามปกติ  คราวนี้ได้ยินเสียงเหมือนเดิมที่ข้างเตนท์  แต่ไม่รอถึงรุ่งเช้าเหมือนคืนก่อนแล้ว  คืนนี้ค่อยๆ  รูดซิปเตนท์โผล่มาแอบมองก็เห็นเงาตะคุ้มๆ  ตัวป้อมๆ  สูงสักฟุตเห็นจะได้  กำลังทำท่าเบ่งอึอยู่  ก็เงียบรอดูจนเสร็จปรากฎว่าก้อนที่ออกมาเป็นทองเหมือนที่เก็บได้เมื่อเช้าเลย

จึงแน่ใจว่ามันต้องเป็นจากตัวนี้แน่ๆ  และมันก็ไม่น่าจะใช่สัตว์ร้ายอะไรดูจากตัวมันแล้วถ้ามันจะกัดก็น่าจะหวดทีเดียวก็กระเด็น  ในคืนนั้นก็เก็บความสงสัยไว้อีกส่วน  กะว่าถ้าพรุ่งนี้มาจะทำที่ดักจับไว้จะได้รู้ว่าตัวอะไรกันแน่

แล้วก็ตามนั้น  พอตกกลางคืนวางตาข่ายเรียบร้อยก็เข้าสวดมนต์ภาวนาตามปกติ  นั่งสมาธิรอจนตกดึกรอจนได้ยินเสียงที่ดักสัตว์ทำงาน  แล้วก็จับเจ้าตัวประหลาดได้จริงๆ  แต่พอไปถึงตัวจะจับมันกลับอันตรทานหายไปต่อหน้าต่อตา

ด้วยความที่ฝึกวิชามานานเห็นแบบนี้ก็ไม่ได้กลัวอะไร  เพียงแต่เข้าใจได้ว่าไม่ใช่สัตว์ในมิติโลกแน่นอนและเค้ามาถ่ายเป็นทองให้เรา  มันน่าจะมาเพื่ออะไรสักอย่าง  จึงได้จุดธูป  16  ดอก บอกเจ้าที่เจ้าทางขอขมาในสิ่งที่ทำและอธิฐานขอให้ปรากฎตัวอีกสักครั้งเพื่อให้ได้เป็นความรู้ความเข้าใจในการอยู่ป่าแถบนี้  หากท่านมีเมตตาก็ขอให้ได้พบ

พอธูปหมดครึ่งดอก  ก็เห็นตาแดงๆ  มากันเป็นกลุ่มๆ  ได้ยินเสียงพูดคุย  คือเป็นการได้ยินทางจิต  เนื่องจากปากเจ้าตัวนั้นไม่ได้ขยับแต่อย่างใด  ด้วยการฝึกผนวิชามาจึงมีความสามารถในการสื่อสารทางจิตอยู่แล้ว  ก็ได้ถามโต้ตอบไปมา สรุปความได้ว่า

เจ้าตัวที่ว่านี้  อยู่กันเป็นกลุ่มเป็นสัตว์พิเศษในดินแดนหิมพานต์ เรียกง่ายๆ ว่า อสุรทิน  รูปร่างที่มามีสี่หูห้าตา มีทั้ง สี่แขนสองขา สองแขนสี่ขา  อาจจะเป็นเพราะอายุที่ต่างกัน  หรือลำดับการปกครองของถิ่นเค้าก็เป็นได้  แต่ทั้งหมดมาดีไม่ได้มาร้าย  อยู่ในมิติใกล้เคียงกับภพภูมิของมนุษย์  คือ  อยู่ระหว่างเมืองบาดาลและโลกมนุษย์  จะคอยช่วยชาวบ้านที่มีคุณธรรม  ส่งเสริมให้ทำกุศลและสิ่งดีงาม  ชอบอยู่ใกล้ผู้ปฏิบัติ  กินเปลวไฟเป็นอาหาร  ที่เห็นว่ามาช่วยดับไปเพื่อไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อนก็เป็นกุศลอย่างหนึ่ง  แต่หากชาวบ้านลุไปด้วยกิเลสตัณหาก็จะไม่ออกมาช่วย  และถ้าใครปฏิบัติดีถึงพร้อมก็จะมีก้อนทองอย่างที่ได้ไป  แต่ให้ไปเพื่อไปสร้างกุศลต่อถ้าไม่เป็นดังนั้นก้อนทองนั้นจะสลายกลายเป็นดินไปหมด

ในการที่ต้องมาสร้างกุศลช่วยมนุษย์  สืบเนื่องมาจากว่า  อสุรทินนี้  เป็นสัตว์ที่มีความพิเศษในตนแต่ก็มีการหลงผิดอยู่  จึงถูกทำโทษจากผู้เป็นใหญ่แห่งสวรรค์สั่งให้ลงมาช่วยเหลือมนุษย์  โดยถูกสาปให้มีรูปร่างประหลาด  มีสี่หู  เพื่อที่จะได้ฟังให้รอบคอบ  อย่าได้ฟังแค่เพียงส่วนเดียวแล้วตัดสินใครเค้าไปหมด และยังเป็นเครื่องเตือนใจในการดำรงคุณธรรม  ให้มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา  ถึงจะถูกส่งมาให้ช่วยเหลือมนุษย์ก็จริงแต่ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ จึงเป็นเหตุให้มีห้าตา  มองสิ่งใดต้องมองหลายๆ ด้าน  ต้องมีการยับยั้งชั่งใจ  มีศีลธรรมในการดำรงชีวิตในมิติของเค้า  และใช้คุณธรรมเหล่านี้ในการพิจารณาที่จะช่วยเหลือมนุษย์ผู้ใด  ว่าสมควรแก่การรุ่งเรืองแล้วจึงจะเข้าไปพิทักษ์รักษามนุษย์ผู้นั้น

หลังจากที่ท่านเข้าใจเจตนาของอสุรทินแล้ว  ก็ได้ลาซึ่งกันและกันและได้เก็บก้อนทองนั้นไว้เตือนใจในการปฏิบัติตน  อย่างที่อสุรทินได้สอนมา  ซึ่งก็ใช้หลักนี้ในการดำเนินชีวิตมาตลอดจนได้รับความเชื่อถือ  เป็นที่นับหน้าถือตา  เพราะเป็นผู้มีคุณธรรมดี  อย่างที่พวกเราๆ  ได้เห็นนี่แหละ

เมื่อพวกเราได้ฟังท่านเล่าให้ฟังและสอนข้อคิดจากสี่หูห้าตาในแบบที่ไม่ใช่ในตำนานแล้ว  เราก็ว่ามันเป็นเรื่องดีนะ  ถ้ามีอยู่จริงเราก็ขอให้อสุรทินได้รับกุศลที่เราทำด้วย  เพราะเรื่องราวของท่านได้สอนใจพวกเรา  และให้ข้อคิดที่ดีในการวางตนในสังคมเป็นอย่างดี

วันนั้นพวกเราก็เดินทางกลับอย่างสบายใจ  ได้รับความรู้ใหม่ๆ  ที่ไม่เคยได้ยิน  แล้วก็พากันคุยกันว่าน่าจะมีตุ๊กตาสี่หูห้าตาเนอะตัวจริงน่าจะน่ารัก  เพราะตัวที่ให้คุณเพื่อนไปตอนนั้นมันดูขลังมากๆ เลยยยยยยย

Share good thing with:

Author:

ชีวิตคือความหลากหลายในทุกมิติที่ลงตัว

Leave a Reply