“การจบชีวิตตัวเองเป็นสิทธิของเรามั้ย”

มันเป็นคำตอบที่  ตอบได้ยากมาก

หลายๆ  สถานการณ์คนเราเลือกที่จะฆ่าตัวตาย  ด้วยเหตุผลนานับประการของตัวเค้าเอง ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความคิดในชั่วขณะนั้นที่เค้าเลือกตัดสินใจที่จะทำ

และการฆ่าตัวตายก็มาจากหลายสาเหตุ  ที่ส่วนมากคนทั่วไปจะมองกันด้วยเหตุผลยอดฮิต  คือ  ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า  ซึ่งมันก็อาจจะเป็นไปได้ส่วนหนึ่ง  แต่เคยสงสัยมั้ยทำไมบางคนเป็นบางคนไม่เป็น  และบางคนเป็นก็ไม่ได้ฆ่าตัวตาย  แต่บางคนก็เลือกที่จะฆ่าตัวตาย

คนที่ฆ่าตัวตายเค้าฆ่าตัวตายด้วยการตัดสินใจของตัวเองคนเดียวจริงเหรอ  หรือเค้ามีอย่างอื่นผลักดันให้สถานการณ์ต่างๆ  รุมเร้าเค้าจนเลือกที่จะตัดสินใจฆ่าตัวตาย

บ่วงที่เราเลือก

เคยเจอมั้ยบางคนกลัวการฆ่าตัวตายมาก  ให้ลูกเมียคนรอบข้างเก็บทุกอย่างที่จะฆ่าตัวตายออกไปไกลๆ  เพราะรู้ตัวว่าอาจจะทำได้  แต่สุดท้ายก็ฆ่าตัวตายสะอย่างนั้น  ถามจริงคนที่รู้ตัวว่าตัวเองจะฆ่าตัวตายสั่งได้ชัดเจนขนาดนั้น  เค้าจะขาดสติจนฆ่าตัวตายได้สำเร็จเลยหรือ

บางคนผูกคอตายในที่เตี้ยๆ  ที่มันไม่น่าจะตายแต่ก็ตาย  รู้มั้ยว่าการผูกคอตายแบบนั้นมันไม่ได้ตายในนาทีเดียวนะมันใช้เวลาพอควรในการที่จะขาดอากาศหายใจ  แต่ถ้าผูกจากที่สูงคอโดนกระตุกลงที่เดียวแบบนั้นแปบเดียวก็ตายแล้วไม่ทรมานนานมาก…ลองคิดสิ  ว่าคนที่พยายามฆ่าตัวตายแบบในที่ๆ  ไม่น่าตายทำไมมันถึงยอมทรมานขนาดนั้น  หรือเค้าไม่ได้รู้สึกว่าทรมานตอนเค้าจะตาย

ที่เราเขียนเรื่องนี้  เพราะมีบางอย่างชี้นำให้เราเขียนบอกผู้คนเมื่อหลายปีก่อน

ตอนนั้นเรามักใช้เวลาส่วนมากท่องเที่ยวไปเรียนรู้สิ่งต่างๆ  ในภาคใต้  ได้ไปเรียนรู้เรื่องลี้ลับที่เราไม่คิดว่ามันจะมีอยู่ในยุคนี้  ทั้งๆ  ทีเราเจอออกจะบ่อย  แต่เราเลือกที่จะไม่ยอมรับมันเอง  ถ้าหลายๆ  คนเคยเจอเรื่องที่มันอธิบายไม่ได้แล้วเราก็ปลอบใจตัวเองด้วยวิทยาศาสตร์เพราะส่วนหนึ่งเรากลัว  สังคมไม่ยอมรับเราแล้วล่ะก็  เราบอกเลยมันไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น  เราแค่เรียนรู้และเข้าใจตามจริงก็พอ  เพราะถึงเราจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม  มันก็เป็นของมันเช่นนั้นเสียเวลาจะไปค้นหาให้ปวดหัว

คราวนี้เข้าเรื่องนี้กัน  ในช่วงนั้นมีเพื่อนเป็นทุกข์หลายเรื่อง ทั้งสุขภาพ  เศรษฐกิจ  ชีวิตพังเพราะความรัก  อะไรๆ ก็ดูแย่ไปหมด  แล้วการแสวงหาการพ้นทุกข์ของเพื่อนๆ  นี่แหละทำให้เราได้เจอ  ใครบางคนที่กระบี่  ซึ่งตอนนี้เค้าได้เสียชีวิตไปแล้ว  หลังจากที่ได้บอกบางอย่างที่สำคัญกับความเข้าใจบางเรื่องในชีวิตของเราไปไม่นาน

ภาคใต้คนส่วนหนึ่งจะเชื่อร่างทรง  คงไม่ต้องอธิบายว่าร่างทรงเป็นอย่างไงนะ  เอาเป็นว่าถ้าร่างจริงเวลาที่ลงทรงเค้าไม่ได้เปลี่ยนแค่น้ำเสียงท่าทาง  ใบหน้าราศี  ทางกายภาพก็เปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด  แบบจะแค่เล่นละครคงไม่พอ  ส่วนชีวิตร่างนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว  ถ้าร่างประพฤติดีก็อยู่ได้สบายๆ  ไม่ต้องหลอกคนเพื่อหากิน แค่ต้องปฏิบัติยกระดับจิตให้ละเอียดขึ้นไปพร้อมๆ  กับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์  ส่วนใครจะมาเป็นร่างด้วยวิธีไหนนั้น  ก็สุดแล้วแต่เพราะมีหลากหลายมากมาย  แต่ที่แน่ๆ  คือ  ถ้าร่างประพฤติไม่ดี  มีเจ็บมีป่วย  มีตาย มีชีวิตพังโดยไร้สาเหตุให้เห็นกันอยู่เนืองๆ

เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ในสังคมเราต้องทำความเข้าใจว่าจริงหลอกต่างกันอย่างไร  เพราะจริงน่ะมี  แต่อาจจะจริงไม่นานเพราะทานกิเลสไม่ไหว  ความนับถือ เกียรติ เงิน มันล่อตาล่อใจสักพักเจ้าก็ไปหมด  เหลือแต่จิตหลอกจิต  หรือไม่ก็ผีชั้นต่ำมาแฝงหาของเซ่นสังเวยกันไป…

ร่างทรงคนนี้อยู่ในป่าลึก  ทางไปยังกันดารหน่อยๆ  แต่รถขับเข้าไปได้ เค้าอยู่แบบสมถะทำนู่นนี่ตลอดเวลา  มีคนบอกว่าเค้าหยุดไม่ได้เหมือนมีไรให้ทำตลอด  แต่สิ่งที่เค้าทำก็เป็นประโยชน์กันคนอื่นๆนะ  เราก็ดูสถานการณ์ต่างๆ พร้อมสังเกตการณ์มาเรียบร้อย  ตอนที่ลงเป็นของจริง  การพูดคุยก็เป็นภาษาที่เข้าใจได้  แค่สำเนียงอาจจะฟังยากสำหรับคนภาคกลางอย่างเรา  หลังจากที่เพื่อนได้สอบถามเรื่องของเค้า  ก็ถึงตาเราบ้าง  นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้รู้จักเทพจีนท่านเป็นเทวดาที่รักษามิติระหว่างแผ่นดินโลกมนุษย์กับสวรรค์  ใครๆ ก็เรียกว่า ก๊ง

ก๊งดูใจดี ที่น่าแปลกคือ ร่างนั้นตัวดำแบบคนใต้ หน้าก็ไม่จีน  พอลงทรงปุ๊บ  หน้าสว่างขึ้น  ขอบตาหนังตาขาวใสขึ้นมาเห็นๆ  แล้วก๊งก็ชี้ไปที่รูปปั้นจีนเล็กๆ  ถามเราว่า  “หน้าเหมือนมั้ย”  เราก็หันไปมอง  หันกลับมาตอบ “เหมือนอ่ะก๊ง เมื่อกี้หน้ายังไม่แบบนี้เลยอ่ะ”  แล้วก๊งก็หัวเราะ

เราจะคุยปกติ  เพราะเราเข้าใจว่าเทพท่านมีเมตตาอยู่แล้ว  และมักรู้ใจได้เอง  จากประสบการณ์ที่เจอของจริงมาทั้งชีวิตอ่ะนะมันเป็นแบบนั้

คนอื่นๆ  ถามเรื่องชีวิตส่วนตัว  แต่เราตั้งใจถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ  คิดเอาเองว่าก๊งน่าจะตอบได้  แล้วเราก็เริ่มเข้าเรื่อง

“ก๊งคร้าบบบ  ถ้าเราเห็น  เรารู้บางอย่าง  แล้วเราไม่บอกคนๆ  นั้นได้มั้ย”  ตะลันต์ยิงคำถามคาใจที่มี

ก๊งหลับตานิ่งๆ สักแปบแล้วหยิบอะไรมาเขียนๆ เราอ่านไม่ออกหรอก แล้วถึงบอกว่า  “บางอย่างที่ถามนั้น มันเป็นสิ่งที่ติดตัวเรามา  สิ่งที่เราควรทำคือ  บอกเค้าไปด้วยการใช้ปัญญาทางโลก  ใช้กุศโลบายที่ทำให้คนเค้าเข้าใจได้ง่ายๆ  บอกทางให้เค้าแก้ไขเอาเอง  ถ้าเราบอกแล้วเรียบร้อยด้วยความอ่อนน้อมต่อสิ่งรอบตัวแล้วล่ะก็  มันก็หมดหน้าที่เราในส่วนนั้น  ส่วนเค้าจะทำไม่ทำ เราไม่ต้องกังวลใจ”  ก๊งอธิบาย

จากส่วนนั้นทำให้เราเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง  แต่คนอื่นไม่เข้าใจที่เราถามสักเท่าไหร่  ละก็ไม่สนใจด้วยซึ่งมันก็ดี  เหมือนเราคุยกันอยู่สองคนเลย  แล้วเราก็ถามต่อ  คราวนี้เรื่องวิญญาณ

“ก๊ง  ที่เราเห็นๆ  นั่นมันจริงมั้ย  ทำไมบางทีคนตายแล้วยังมาเดินให้คนเห็นในที่เดิมๆ  ล่ะ  ไม่ใช่ตายแล้วก็ไปรับผลตามเวรตามกรรมของตัวเองเหรอ  บางคนเห็นมันมาเดินริมถนนคนเห็นกันทั่วว่ามันยังกินเหล้าอยู่ที่เดิม  อันนี้ไม่เข้าใจเลยอ่ะคะ”  เราถามจากประสบการณ์ของตัวเองและคนรอบตัวที่เจอๆ  มา

ก๊งตอบ  “เวลาตายมันขึ้นอยู่ว่าตายยังไง  ตายแบบไหนด้วยเรื่องอะไร  เคยเจอมั้ยที่ว่าที่นี้จะตายซ้ำๆ  นั่นละวิญญาณมันยังไปไม่ได้  มันติดอยู่ที่นั่น มันก็หาเพื่อนแก้เหงาตามปกติมันไป จิตน่ะมันแยกออกเป็นส่วนๆ  ที่พระไปเชิญๆ กันถ้ากำลังไม่พอไม่เข้าใจ ก็แค่เอาอณูจิตออกมาเสี้ยวเดียว  แต่ดวงจิตจริงยังอยู่ในมิติเวิ้งว้าง  ถ้าเข้าใจพวกนี้  จะรู้แล้วก็หายสงสัยว่าทำไมยังอยู่กันแบบนั้น”

เรื่องที่ก๊ง อธิบายนี้เรามาเข้ารายละเอียดพวกนี้ตามจริงในตอนหลัง

หลังจากก๊งอธิบาย  เราก็นั่งฟังแล้วถามเรื่องนั้นนี้ที่เราเคยเจอๆ  มา  จนถึงตอนนึง ก่อนก๊งจะออกจากร่าง

“เออนิ  วิญญาณมีมากมายแต่วิญญาณที่ร้ายๆ  จริง  ที่คนไม่รู้คือ  วิญญาณที่ผูกคอตายพวกนี้  มันจะอยู่เป็นกลุ่มๆ ตามยอดไม่บ้าง  ยอดเสาบ้าง  มันจะไม่ลงมาด้านล่าง  ถ้าใครมองเห็นก็ลองสังเกตดู  พวกนี้ที่ว่าร้าย คือ มันจะหาพวก  มันจะชักชวนกันให้มาตาย  ถ้าใครจิตตกและมีกรรมร่วมจะง่ายมาก  วิญญาณพวกนนี้รับบุญไม่ได้  เค้าตายเมื่อไม่ถึงเวลา  ส่วนมากคนจะลืมวิญญาณพวกนี้  ยิ่งในสังคมบรรยากาศหดหู่มากเท่าไหร่  พวกนี้จะชอบมาก”  ก๊งบอกอย่างนั้น

เราเลยถาม “แล้วก๊งบอกแบบนี้  มันแก้ไขอะไรได้เหรอ”

ก๊งตอบ  “แก้ไขไม่ได้  แต่ถ้าใครอยากอยู่ห่างๆ  พวกนี้  ให้กรวดน้ำระบุเจาะจงว่าให้วิญญาณที่ผูกคอตาย  ในทุกครั้งที่ทำบุญ  ทำที่ไหนกรวดที่นั่น  พวกนี้จะไม่มายุ่ง  เพราะคนเราไม่รู้ว่าดวงจะตกเมื่อไหร่ หรือเกี่ยวพันอะไรกับใครมา เคยฆ่าตัวตายมารึเปล่าก็ไม่รู้  ถ้าทำแบบนี้ไว้ก็จะดีกับตัวเอง  บอกกันไปเยอะๆ  พวกนี้เค้าจะได้พ้นๆ  กรรมกันได้บ้าง”

เราพยักหน้าเข้าใจ แล้วก๊งก็ออกจากร่าง  ตอนนั้นก็ดึกมากแล้วกว่าจะออกจากป่ากลับมาก็มืดตึ๊ดตื๊ด  แถมก๊งเพิ่งบอกมาเรื่องนั้นมา  เรางี้ไม่กล้ามองยอดไม้เลยกลัวจะเห็น หึหึหึ

เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ  ที่เราอาจจะยอมรับหรือไม่ยอมรับก็ได้  ถึงอย่างไรก็ดี  มันก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ได้ยากเย็นอะไร  แต่ไม่ทำก็ไม่มีใครว่า  เพราะเราก็ได้ทำหน้าส่งสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขอความสุขสวัสดีจงมีกับทุกคนนะจ้าาา

– อิงตะลันต์ –

 

 

Share good thing with:
Categories: GeneralMuTeLu

olandiary

ชีวิตคือความหลากหลายในทุกมิติที่ลงตัว

Leave a Reply

%d bloggers like this: