ครีเอทีพสุดเซอร์ สู่สายโหรสุดแซ่บ ตอนที่ 9

…ก ว่ า จ ะ ม า เ ป็ น ค รู ส อ น โ ห ร า ศ า ส ต ร์

…ไ ม่ ไ ด้ ม า เ พ ร า ะ โ ช ค ช่ ว ย

……แ ต่ ลุ ย ม า อ ย่ า ง โ ช ก โ ช น ..!

( E p i s o d e…9 )

….ที่ผมมาอยู่ที่ ธนิยะพลาซ่า ในปี พศ. 2542 ได้ก็เพราะเราสามารถสร้างมุมสวยๆ มุมศิลปะ สร้างสีสัน……ให้กับทางเดินชั้นล่างของห้างฯได้อย่างลงตัว

….แต่มาวันนี้ ในปี พ.ศ. 2544  ดาวพฤหัสฯ กับราหูจรเข้ามาทับราหูเดิมของผม ในราศีเมถุน พร้อมกับดาวเสาร์จรเข้าภพกดุมพะ…จึงทำให้มีบางสิ่งบางอย่างทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป เกิดเหตุการณ์แปลกๆ

…ส่วนมันเกิดอะไรขึ้น..เดี๋ยวจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง…

….จากถนนสีลม  ผมต้องรีบบึ่งไปลานเบียร์ตรงด้านหน้าฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต…เพื่อให้ทันตามเวลานัด

….พอผมเดินทางไปถึง ก็เห็นเพื่อนฝูงนั่งคุยกันอยู่อย่างเมามันส์… ก็คงน่าจะเป็นเพราะดริ้งค์กันไปได้สักพักใหญ่แล้ว….

…”เฮ้ย.. เรื่องที่เราจะให้พระพิฆเนศนายไปโชว์ที่ร้าน เราเอาจริงนะ .. เดี๋ยววันจันทร์นี้เราจัดให้เลย ” ..เพื่อนผมมันเอ่ยขึ้น

คือ..เพื่อนผมคนนี้ มันลงทุนไปรับเทวรูปต่างๆ  จากหลายแหล่ง เพื่อให้มีความหลากหลาย ของเทวรูปในปางต่างๆ  และหลากหลายเนื้อวัสดุ เพื่อมาจำหน่ายครับ……มันมีโกดังอยู่แถวปทุมธานี

.. ว่าง่ายๆ คือ  มันก็จะให้ผมช่วยขายว่างั้นเถอะ…แต่ก่อนหน้านี้ผมก็ตกลงกับมันไว้ว่า……ขอเฉพาะพระพิฆเนศนะ  เทวรูปอย่างอื่นผมไม่รับนะ…….” ถ้าจะเอาพระพิฆเนศไปให้ ก็ขอเป็นวันเสาร์อาทิตย์แล้วกันนะ

..เพราะที่ห้างฯ นี้ วันเสาร์อาทิตย์คนจะเดินน้อยผิดกับห้างอื่น “…ผมแนะเพื่อนผม แล้วก็พูดต่อไปว่า

….” เอางี้เพื่อน องค์ที่จะให้เอาไปวางโชว์ก็ขอเป็นองค์ที่หน้าตักเล็กๆ ประมาณไม่เกินสิบนิ้ว …ไม่อยากได้ใหญ่ เดี๋ยวจะมีปัญหากับทางห้างฯ “…พอเพื่อนผมมันได้ยิน มันก็ตอบกลับมาว่า……” เออ องค์ที่เล็กที่สุดหน้าตักก็ประมาณ 20 นิ้วว่ะ เป็นหินทราย หินภูเขาไฟ ทองเหลือง แล้วก็หินแกรนิต เบาๆ เห็นจะไม่มี ”

…เพื่อนผมมันก็ขยายความให้ฟัง แล้วก็นิ่งไปพักหนึ่ง จากนั้นก็สาธยายต่อไปว่า….” เออ เอาอย่างงี้ เราจะให้องค์ที่เป็นดินเผาให้นะ ไม่หนักมากแต่ก็เอาเรื่องอยู่   จะพยายามหาขนาดที่เล็กที่สุด ใช้วางโชว์ไปก่อนแล้วกัน…แล้วเดี๋ยววจะปริ้นท์แคทตาล็อคติดไปให้ด้วย….. เผื่อใครสนใจ จะได้ดูแบบอื่นๆ ”

….ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา ก็เอาเป็นว่า เราตกลงกันตามนี้ไปก่อน…

วันที่เพื่อนผมเอาผมตกใจมิใช่น้อย…คืออย่างนี้ครับ…พอเพื่อนผมได้นำพระพิฆเนศ มาวางในส่วนท้ายของบูท….( จะไม่ใช้คำว่า อัญเชิญมาประดิษฐาน นะครับ เพราะ วัตถุประสงค์ยังเป็นเรื่องการค้า ครับผม )…พื้นที่บูทของผม มันแบ่งส่วนหน้าเป็นส่วนแสดงสินค้าประเภทแฮนด์เมด ของกุ๊กกิ๊ก…และส่วนท้ายจะเปิดโล่ง มีโต๊ะยาวและตู้หน้ากว้างตัวเตี้ยๆ  วางปิดท้ายบูท เพื่อเป็นส่วนเวิร์คช็อป…

….ทีนี้พอ องค์เทวรูปได้วางลงตรงด้านท้ายของบูทซึ่งเป็นส่วนโล่ง ไม่มีอะไรบดบังแถมยังตรงกับ  แสงไฟดาวน์ไลท์ที่ส่องตรงลงมาได้จังหวะพอดี…องค์พระพิฆเนศองค์นี้ก็เลยดูเด่นและมีความขลังขึ้นมาทันที…

….เพราะในความเด่นขององค์เทวรูปนี่ละครับ  ที่ทำให้ผมเกิดความกังวลใจ  ถ้าเกิดฝ่ายอาคารฯ  มาเห็น แล้วถามผมว่า……พื้นที่ตรงนี้ได้ทำสัญญาไว้กับทางห้างฯ ว่าอย่างไร …แล้วพระพิฆเนศองค์นี้ เกี่ยวข้องอะไรด้วย  ผมคงตอบไม่ถูก…

และถ้าผมต้องนำท่านฯ  ออกไปหรือ หาทางออกโดยการย้ายท่านฯ  ขึ้นไปบนสำนักงานฯ..แต่คิดอีกทีถ้าย้ายขึ้นไป ก็คงไม่ได้ขายแน่นอน  ถ้าไม่มียอดขาย เพื่อนก็คงขอกลับไปหรือไม่เราก็ต้องรับซื้อไว้เอง…สมองผมคิดไรมากไปรึป่าวเนี้ย ?  คิดวนๆ  อยู่ได้สักพัก  ก็เอาวะอะไรจะเกิดก็ให้เกิดไป

….ผ่านไปไม่กี่วัน……ผมก็มองเห็น แบงค์และเหรียญตังค์ มาวางกองอยู่บนหน้าตักองค์พระ  สังเกตดูก็รู้แน่เลยว่า ไม่ใช่เงินสกุลไทย  พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงได้รู้ว่า นี่มันเงินรูปีชัดๆ เงินอินตราเดียนี่หว่า ?!!

.. แล้วใครกันเอามาวาง  ผมก็เลยรีบเดินไปถาม รปภ. …” พี่ๆ พอจะเห็นใครเอาเงินมาวางบนองค์พระพิฆเนศบ้างมั้ยพี่ ? “…

…” ผมเพิ่งเปลี่ยนเวรฯมาครับ ไม่เห็นเลยครับ ” …รปภ. หนุ่มคนนั้นตอบกลับผม…

….เช้าวันต่อมาผมก็เห็นกองเงินรูปีบนตักองค์พระฯ เพิ่มขึ้นอีก ทีนี้แถมมีพวงมาลัยดอกดาวเรืองเพิ่มขึ้นมาอีก…งามไส้เลยครับที่นี้จะขายยังไงล่ะเนี่ย !!..

…ผมก็เที่ยวถามคนนั้นคนนี้ว่า มีใครเห็นคนนำเงินและพวงมาลัยมาถวายองค์พระบ้าง……สักพัก ก็มาได้ความกับ แม่บ้านที่ทำความสะอาดประจำห้างฯ คนหนึ่ง…..” เป็นแขกนะ แขกอินเดียเลย..เมื่อเช้าป้าเห็น เค้ามายืนสวดอะไรไม่รู้พรึมพรำๆ ป้าก็ว่าเดี๋ยวบ่ายๆ  จะมาขูดหวยซะหน่อย “…

มึนตึบเลยทีนี้…เออ เอาเข้าไป…ไอ้เราก็ยิ่งกลุ้มๆ  อยู่ว่า จะมีปัญหากับทางห้างฯ  ที่เอาเทวรูปมาตั้งเด่นอยู่อย่างนี้…ดันยังจะมาขูดหวยอีก…

…วันต่อมา ผมจึงได้รีบมาตั้งแต่ห้างฯ  ยังไม่เปิดประตูหวังว่าจะมาดักเจอไอ้เจ้าแขกคนนั้น  เพื่อจะบอกมันให้หยุดการกระทำดังกล่าว …เพราะมันจะก่อให้เกิดปัญหาให้กับผมกับทางห้างฯ   และแล้วผมก็ได้เจอกับเจ้าแขกคนนั้น ตามที่ตั้งใจภาพที่ผมเห็นนั้นก็คือ ผู้ชายชาวอินเดียตัวดำๆ  ที่ดูธรรมดาๆ  คนหนึ่ง   รูปร่างสันทัด ไม่ใหญ่ไม่เล็ก สวมเสื้อผ้าปกติเหมือนแขกในเมืองไทยทั่วไป…..ผมเห็นเค้ายืนไหว้องค์เทวรูปด้วยความศรัทธา ปากก็สวดมนต์พรึมพรำๆ…ผมยืนดูท่าทีอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะเดินเข้าไป…

….แต่กว่าจะเข้าไปผมยืนลำดับความคิดอยู่พักหนึ่ง เพื่อเรียบเรียงคำพูด แล้วก็เดินตรงเข้าไปหาเจ้าแขกคนนั้น  ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ  เจ้าแขกคนนั้น  แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปมันก็เอ่ยทักทายซะก่อน.. ” นมัสเต”…..แล้วแขกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมคนนี้  ก็เริ่มต้นสนทนากับผมด้วยภาษาอังกฤษ  จนผมมึนไปหมด

ผมเองพื้นฐานภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ขี้เหร่..มันพูดอะไรมาเราก็พอฟังออก  แต่ก็ไม่คล่องพอที่จะตอบโต้กลับไปได้ฉะฉาน  แขกคนนี้ ได้พูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพิฆเนศองค์นี้  พอจับใจความได้ว่า  เทวรูปองค์นี้ มีพลังมีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตัวเค้าเองสามารถสัมผัสได้  ฟังไปฟังมา ผมก็มาหยุดติดใจกับคำพูดประโยคหนึ่งที่เจ้าแขกคนนั้นพูด  ซึ่งเป็นคำพูดที่ผมจำได้  ” I got the lucky, …I want you to get the same like me”

…เจ้าแขกคนนั้นมันบอกว่า  ตัวมันนะโชคดีเพราะเทวรูปองค์นี้แล้ว  และผมเองก็ควรจะได้รับโชคดีอย่างนี้เช่นกัน  จากนั้นเจ้าแขก มันก็เอามือมาแตะที่หน้าผากของผมพร้อมกับตบเบาๆ  ไล่ลงมาถึงหน้าอก  วนๆ อยู่อย่างนี้หลายรอบ  แล้วเจ้าแขกคนนั้น  มันก็เดินจากไป…

จากวันนั้นผมก็ไม่เคยพบเห็นเจ้าแขกคนนี้อีกเลย  ผมจึงได้ตัดสินใจ ปล่อยเลยตามเลยไป  ใครจะมาไหว้ ใครจะมาบนบานศาลกล่าว ใครจะมาหาเลขเด็ดอะไร   ก็ปล่อยไปตามเรื่อง

…เวลาก็ผ่านไปหลายสัปดาห์ ฝ่ายอาคารฯ  ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเทวรูปองค์นี้   แต่กลับกลายเป็นว่า พนักงานที่ทำงานบนตึกฯ ก็ยังมากราบไหว้บูชาองค์พระพิฆเนศองค์นี้ กันถ้วนหน้า

ที่บูทชั้นล่างของผม ตั้งอยู่ใกล้ร้านอาหารญี่ปุ่น  ก็เลยมีคนญี่ปุ่นเดินเข้าเดินออกทั้งวัน  คนญี่ปุ่น ระดับบริหารฯ ที่ประจำอยู่เมืองไทย เรียกกันง่ายๆว่า ” ซาโจ้ “…หลายคนเดินผ่านก็ยกมือไหว้ด้วย…

….บ่ายวันหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินพูดโทรศัพท์วนไปวนมาอยู่รอบบูทของผมอยู่พักใหญ่ แล้วพอเธอวางสายเธอก็เดินตรงเข้ามาหาผม แล้วเอ่ยปากถามว่า ” พระพิฆเนศองค์นั้นของคุณรึป่าว ? ..ขายมั้ยคะ ? “…

…ผมรู้สึกดีใจมากนะ…จะได้ขายสักที…เลยรีบตอบกลับไป .. ” ขายครับ “…จากนั้นเราก็เปิดฉากการซื้อการขายกันขึ้น…” ห๊า !!…เก้าองค์เลยเหรอครับ “..ผมหลุดอุทานขึ้นด้วยความดีใจที่ขายของได้ ในขณะที่ในมือเธอยังถือแคทตาล็อคอยู่…..” ดิชั้นวางมัดจำไว้ก่อนนะคะ องค์เทวรูปถึงโบสถ์พราหมณ์เสาชิงช้าแล้ว ดิชั้นจะให้ส่วนที่เหลือนะคะ “……เธอสั่งพระพิฆเนศไปหลายปาง ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ใหญ่ๆ …เพื่อนำไป เทวาภิเษกที่โบสถ์พราหมณ์ แล้วจากนั้นเธอจะนำไปไหน ผมเองก็ไม่ทราบได้….มูลค่าที่เธอผู้นี่ได้สั่งซื้อก็อยู่ในราว สองแสนบาท…ผมเองก็ได้ส่วนแบ่งเป็นเงินหลายหมื่นบาท  หลังจากที่เพื่อนผมโอนเงินให้ผมเรียบร้อยแล้วพร้อมจัดส่งเรียบร้อย   เพื่อนผมมันก็โทรมาบอกว่า มันได้ขายเทวรูปทั้งหมดที่มันมีเหลืออยู่ทั้งหมด  ให้กับนายทุนคนหนึ่งไป ขายแบบราคาเหมาๆ ได้กำไรนิดหน่อยไปเรียบร้อย..( นิดหน่อยของมันก็คงหลายแสน เผลอๆเป็นล้าน )

…สรุปเป็นอันว่า ไม่มีเทวรูปส่งมาให้ขายอีกแล้ว แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ พระพิฆเนศองค์ที่วางโชว์อยู่นี้  มันยกให้ผมครับ !!….ผมเลยขออัญเชิญพระพิฆเนศองค์นี้ ขึ้นไปไว้บูชาที่สำนักงานฯ  พยากรณ์ บนชั้นสอง ซะเลยเพราะไม่มีการซื้อขายอีกแล้ว  ผมเองก็มานั่งคิดนะหรือนี่คือ  สิ่งที่เจ้าแขกคนนั้นมันบอกว่า ผมจะโชคดีจากพระพิฆเนศองค์นี้เหมือนกับตัวมัน…

….ทีนี้เราก็มามองในแง่มุมทางโหราศาสตร์กันบ้าง  ในพื้นดวงของผม มีราหูโยคหน้าในราศีเมถุน  เรียกว่าเป็น ” ปฎิณกะโชค “..คือโชคเล็กๆน้อยๆ… หรือ โชคที่ไม่มากนัก แต่ก็ได้มาแบบเรื่อยๆแต่ไม่ขาด  เหมือนคนที่มีรายได้เนื่องๆ แม้นไม่มากนัก แต่ก็ไม่ขาดมือ…

…การที่ราหู โยคหน้านี้ ยังมีอีกความหมายหนึ่ง ที่ว่า ” บุญสุรา “..ในสมัยโบราณครูท่านฯก็ว่า มักได้ลาภเป็นสุราปลาปิ้ง…..ปัจจุบัน ก็หมายถึง พวกมากลากไป ไปไหนพวกก็เลี้ยงกินฟรีตลอด…เฮไหนเฮกัน…อิ่มท้องจังสตังค์อยู่ครบ….

…แต่ถ้าเราจะมองกันลึกๆ ก็จะเห็นว่า การที่ราหูโยคหน้านั้น  มันมีความหมายที่แอบซ่อนอยู่  นั้นก็คือ  การที่เจ้าชะตานั้น แม้นจะมีเพื่อนฝูงมาก แต่ก็ไม่เคยมีเพื่อนแท้  เวลาสนุกก็พากันไป แต่พอถึงคราลำบากก็ตัวใครตัวมัน…ไม่เคยมีเพื่อนตาย….แต่หากผลประโยชน์ลงตัว วินๆด้วยกันทั้งสองฝ่านก็โอเค…พูดง่ายๆ… ” มีแต่เพื่อนกิน “…นั้นเอง

….ในปี พศ. 2544 ดาวพฤหัสฯจรร่วมมากับราหูเข้าทับราหูเดิมในราศีเมถุน  เราก็ต้องแยกมองอย่างนี้ประการแรก เรามองทางดาว…ดาวพฤหัสฯจรร่วมราหู ..มองในด้านดีก็มีหลายด้านอยู่  เช่นการกู้เงินในระบบ…การขอทุนการศึกษา  การได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนไปดูงานต่างประเทศ  ได้มาด้วยความเสน่หา ได้โชคจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์   หรือการทำการค้าระยะสั้นๆ  แบบตีหัวเข้าบ้าน ฯลฯ….

…ประการที่สอง เรามองทางราศี  เหตุเกิดขึ้นในราศีเมถุน ซึ่งมีราหูเดิมตั้งรับ   ก็เลยมีเหตุแห่งการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกับเพื่อนฝูง  ประกอบกับมีดาวเสาร์จรเข้าภพกดุมพะ  จึงทำให้มีผลประโยชน์ได้มาจากการขายส่งจำนวนมากๆ ขายของที่มีขนาดและน้ำหนักมาก  ที่สำคัญราหูในดวงเดิมของผม  ก็ให้โชคลาภผมมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงินหรือการงาน…

…ราหูมักแสดงตัวเป็นคนต่างชาติต่างภาษา  ในแถบเอเซีย  กลุ่มอาเซี่ยน หรือ ประเทศในซีกโลกตะวันตกเช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ฯลฯ  ปัจจุบันได้รวมเอา ฝรั่งในประเทศนิวซีแลนด์  ออสเตรเลีย และรัสเซียเข้าไว้ด้วย….

เหล่านี้ ก็พอมองออกว่า…ดาวบาปเคราะห์ ก็สามารถให้คุณได้อย่างไม่คาดคิด   ไม่ต้องมีการตั้งเค้า  ไม่ต้องอารัมภบทให้มากความอย่างดาวศุภเคราะห์…

….แล้วชีวิตก็ดำเนินต่อไป….พระพิฆเนศองค์นี้ ดูงามดูขลังและดูสักดิ์สิทธิ์มากขึ้นกว่าเดิม  หลังจากที่ได้ขึ้นมาวางบนแท่นบูชาของสำนักงานพยากรณ์…เหมือนกับว่า  ตั้งอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม…

….วันหนึ่งขณะที่ผมได้นั่งอยู่ในสำนักงานฯ…ผมก็ได้เหลือบตามองเห็น บุรุษผู้หนึ่งที่มีลักษณะแปลกๆ มายืนอยู่ตรงหน้าประตู…ผมจึงลุกเดินเข้าไปหาเขาผู้นั้น…ปรากฏว่าชายผู้นี้ เป็นฝรั่งออสเตรเลียที่มาบวชเป็นโยคี ตามศาสนาฮินดู….จะว่าเป็น นักพรต เป็นฤๅษีก็ว่าได้ครับ…โยคีฝรั่งคนนี้  มองๆ ไปก็เหมือนหลุดออกมาจากหนังฮอลีวูด……ประมาณว่า นักบวชในเรื่อง เบนเฮอร์ อะไรประมาณนั้น…

ร่างกายที่ผายผอม จนดูหน้าแหลมจมูกโด่ง  ผมเผ่ายาวรุงรัง ห่มผ้าสีย้อมฝาดออกสีกรัก…เดินด้วยเท้าเปล่า….เค้าขอเข้ามาไหว้ พระพิฆเนศ….ผมก็ให้เค้าเข้ามาไหว้……พอเค้าไหว้เสร็จเค้าก็บอกกับผมว่าเค้าเองก็กำลังจะสึกจากการเป็นนักบวช จากนั้นก็จะบินกลับประเทศเค้า  เพื่อจะไปศึกษาต่อในระดับดอกเตอร์อะไรประมาณๆ  เนี้ยอ่ะครับถ้าผมแปลในสิ่งที่เค้าพูดมาไม่ผิด…

…และก่อนที่โยคีฝรั่งคนนี้จะเดินจากไป เค้าได้มอบหนังสือให้ผมเล่มหนึ่ง ผมก็เปิดผลิกๆดู ก็เห็นว่า เป็นคัมภีร์ภควคีตา ภาคภาษาอังกฤษ…ผมก็ส่งคืนให้เค้าไป…แต่โยคีฝรั่งก็ดันมือผมกลับ..แล้วก็พูดในทำนองว่า…ผมเป็นคนที่ถูกเลือกมาแล้ว ให้ครอบครองคัมภีร์เล่มนี้ต่อจากเค้า…โดยมีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่งที่ผมพอจำได้……” I see something special in yours…,charactor, inner,spiritual, I can touch it and I knowyou’re different from other people “…..หลังจากที่โยคีฝรั่งได้มอบคำภีร์ฯ ให้ผม เค้าก็เดินจากไป .. จนทุกวันนี้ก็ไม่ได้พบเจอกันอีกเลย….

…..ดาวจรบนฟากฟ้ายังไม่เคลื่อน ยังไม่ยก ยังไม่ย้าย  เรื่องมหัศจรรย์อันยากแก่การอธิบายที่เกิดจากบารมี และความศักดิ์สิทธิ์ของพระพิฆเนศองค์นี้ ยังคงดำเนินต่อไป… และพระพิฆเนศองค์นี้ จะนำพาผมไปพบกับเรื่องมหัศจรรย์อะไรที่กำลังจะเกิดขึ้น

ครู พราหมณ์เมศ วาสุเทพ ปรึกษาดวงชะตา รับวางเบอร์มงคลตามดวงชะตากำเนิด เปิดสอนโหราศาสตร์เลขศาสตร์และพยากรณ์ศาสตร์
อ.พราหมณ์เมศ วาสุเทพ

โปรดติดตามตอนต่อไป

Link : ตอนที่ 8 ครีเอทีพสุดเซอร์ สู่สายโหรสุดแซ่บ
Link: ตอนที่ 10 ครีเอทีพสุดเซอร์ สู่สายโหรสุดแซบ

 

 

Share good thing with:

Leave a Reply