…ป้ า ไ ม่ เ ค ย ขึ้ น ม า ทํ า ค ว า ม ส ะ อ า ด ใ ห้ หั ว ห น้ า เ ล ย….
…แ ต่ วั น นี้ ป้ า ขึ้ น ม า ทํ า ใ ห้ แ ล้ ว น ะ หั ว ห น้ า อ ย่ า โ ก ร ธ ป้ า เ ล ย น ะ…..

…….หลังจากเรื่องอะไรต่อมิอะไรได้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พวกเราทุกคนก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากกกก  (แบบ ก.ไก่ ล้านตัว)   คุ้มเจ้าหลวงฯ  ที่ตอนนี้เปรียบเสมือนบ้านของพวกเรา  จะไม่มีผีมาหลอกมาหลอนกันต่อไปอีกแล้ว
พวกเราก็ทำงานและใช้ชีวิตกันไปตามปกติ   ตกกลางคืนผมก็เข้านอนที่ห้องนอนผมตามปกติ  โดยที่ไม่มีคุณโจ้มานอนเป็นเพื่อน

…และในคืนนั้นนั่นเอง ตอนที่ผมกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น ผมก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก!!!  เมื่อผมได้ยินเสียงประตูห้องนอนใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม   มันถูกเปิดออกด้วยแรงกระแทกอย่างรุนแรง   ดังโครมเบ้อเริ้ม !!…
ผมลืมตาขึ้นทันที…เห็นเพดานไม้ ในแสงสว่างจากหลอดไฟที่ไม่เคยปิดดวงนั้น…

ทันใดนั้น!!…ผมก็นึกถึงคำพูดของแม่อุ้ยร่างทรงที่ว่า  เราทุกคนที่นี่จะต้องพบกับอาถรรพ์ที่จะต้องจดจำไปจนวันตาย …ขึ้นมาในหัวทันที…

…..ผมนอนรวมอยู่กับผีในคุ้มฯ  แห่งนี้   นับเวลาแล้วก็เกือบจะร่วมปีเห็นจะได้  มันก็เริ่มจะชินกับผี  รู้สึกคุ้นเคยกับบรรดาเรื่องลี้ลับมากขึ้นทุกวัน  แม้นผมจะหลับไม่สนิท  นอนหลับได้ไม่ลึกเท่าที่ควร   แต่ก็ถือว่าผมนอนหลับได้ดีมากกว่าตอนที่เข้ามาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ  มากครับ

….วันนั้นตื่นขึ้นมาตอนเช้า  ผมก็ล้างหน้าแปรงฟันเหมือนกับทุกๆ วัน   แต่งเนื้อแต่งตัวเสร็จก็เตรียมเดินลงจากเรือนไปทำงานตามปกติ  แต่ก่อนที่จะเดินลงบันไดไปนั้น  ผมก็อดไม่ได้ที่จะมองไปทางห้องนอนใหญ่ฝั่งตรงข้าม  แต่เมื่อมองเข้าไปแล้วก็ไม่มีอะไรห้องที่ล็อคประตูไว้ด้วยแม่กุญแจตัวเบ้อเริ้มอยู่เหมือนเดิม

แล้วเสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออกด้วยแรงกระแทกเมื่อคืนนี้มันคืออะไร  ก็ต้องเป็นเสียงผีบนคุ้มที่จงใจจะบอกอะไรสักอย่างสิ   หรือจะบอกให้ผมรับรู้ถึงความไม่พอใจของพวกเค้าเป็นแน่  เลยต้องสำแดงเดชให้ผมรับทราบ  แต่ทั้งหมดผมก็คิดเอาเองแหละครับ  เพราะอยู่มานานเลยพอจะรับมุกกะผีได้…55

…..”หัวหน้าคะ  ป้าขอลาไปหาญาติที่ป่าโมกสักสองสามวันได้มั้ยคะ”  ป้าทองเดินรี่เข้ามาหาผม  ในขณะที่ผมกำลังเดินลงบันไดมา  “ได้ซิป้า  เดี๋ยวผมเขียนใบลาให้   แล้วลุงจุกเค้าไปด้วยรึเปล่าล่ะ ? ” …ผมซักไซ้ไล่เรียงก็ได้ความว่า  ญาติป้าทองโทรเข้ามาที่คุ้ม  ซึ่งไม่ค่อยมีใครได้ใช้เลย  นอกจากลุงจุกและป้าทองที่ใช้รับสายจากพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงเท่านั้น…

ทางญาติๆ ป้าทองแกจะแบ่งที่นาให้ป้าทอง  ผมก็นึกในใจญาติแกก็ดีนะ  แม้นแต่ป้าทองที่ไม่รู้หนังสือเค้าก็ไม่โกงกัน  ซึ่งต่างกับคนระดับปัญญาชนที่ฟ้องร้องแย่งสมบัติกัน  ถึงขั้นไม่ต้องเผาผีกันเลย…

….”อ้าว  แล้วเขยใหญ่อย่างลุงจุก  ไม่ต้องไปเซนต์รับสมบัติมรดกร้อยล้านกับเค้าด้วยรึ ? ” …ผมแหย่ลุงจุกเล่น  ลุงจุกก็ตอบมาแบบเปรยๆ ว่า…”หัวหน้าก็พูดไปนั้น”…..”ป้าไปคนเดียวจ้ะ  ไม่ได้มีไร่มีนามากมายหรอก ที่นิดๆหน่อยๆ เอง  ป้าเองก็ว่าจะยกให้หลานๆ  มันทำกินกันไปนั้นแหละจ้า ” …ป้าทองแกว่าจบแกก็เดินกลับไปทำงานบ้านต่อ…

….เช้าวันหนึ่ง  หลังจากที่ป้าทองลางานไปได้สักสองสามวัน  ลุงจุกแกก็นั่งตัวขดตัวงออยู่บนที่นอนไม่ยอมลุกออกมาทำงาน  “ลุง  ลุง  ลุงเป็นไรมากป่าวเนี้ยหน้าซีดหน้าเซียว  ไปหาหมอกันป่ะ  เดี๋ยวผมพาไปเอง”  ผมดูอาการของลุงจุกแกแล้วคงต้องไปโรงพยาบาลแน่ๆ  ปล่อยไว้คงไม่ดีเท่าไหร่…

ลุงจุกไม่พูดจาอะไร  แกพยายามประคองตัวเองเพื่อจะเดินไปขึ้นรถ  รถที่ผมใช้อยู่ในตอนนั้นเป็นรถอีซูซุ  คาเมโอ้   ลุงจุกแกก็เดินไปที่ท้ายรถบอกให้ผมเปิดท้ายรถ  แกจะนอนไปที่ด้านหลัง  พอผมเปิดท้ายเอายางอะไหล่ออกได้  แกก็ค่อยๆเสือกตัวเข้าไปนอนขดอยู่ตรงซอกเล็กๆใต้เบาะนั้น  ลุงจุกแกเป็นคนตัวเล็กและผอมมาก  ผมเห็นแกในสภาพนอนขดแล้วเลยพาลนึกไปถึงตอนที่พาหมาของพ่อเลี้ยงไปหาหมอเลยทีเดียว
แกก็ผงกหัวโบกมือส่งสัญญาณให้ผม  ทำนองว่าไปเหอะไปเหอะ  รีบๆ ไปอย่าเยอะ อย่าเยอะ…อะไรประมาณนั้น…

….ผมก็มุ่งหน้าตรงไปโรงพยาบาลมหาราช  พอลุงจุกถึงมือหมอ  ผมก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมานิดนึง  ร้อยวันพันปีป้าทองแกก็ไม่เคยลาไปไหน  นึกเกิดจะมาลา  ก็อีตอนที่ลุงจุกจะป่วยพอดี้พอดี   ผมก็เลยอยู่เป็นเพื่อนลุงจุกแก จนกว่าจะรู้ว่าแกป่วยเป็นอะไร

ไม่นานหมอก็รับตัวลุงจุกไว้  ลุงจุกถูกเข็นเข้าไปในห้องผู้ป่วยรวม  จากนั้นผมก็เห็นนางพยาบาลสองสามคนรุมกันอยู่ที่เตียงลุงจุก  พยาบาลใช้สายยางที่ดูระโยงระยางเอามาสวนจมูกลุงจุก  มีเครื่องปั๊มอุปกรณ์หลายอย่างจนดูไม่ใช่เรื่องธรรมดาสะแล้ว   ผมจึงรีบเดินตามเข้าไปดู

…”ญาติคนไข้ออกไปรอด้านนอกนะค่ะ ” ..เสียงพยาบาลเอ่ยปากไล่ผมอย่างสุภาพ  และรูดม่านปิดไม่ให้คนเห็นการทำงาน…พอพยาบาลเปิดม่านออก  ผมก็เดินเข้าไปดูอาการลุงจุก  ผมเห็นอะไรก็ไม่รู้เขียวๆ  ดำๆ
ถูกดูดออกมาจากสายยางที่โผล่ออกมาจากจมูก  ลักษณะต้องเป็นของเสียแน่ๆ  ผมเลยถามนางพยาบาลที่ยังเก็บของอยู่ใกล้ๆ  ว่าลุงจุกเป็นอะไรครับ   ก็ได้ความว่าลุงแกกระเพาะทะลุ   สาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการดื่มเหล้ามาก   แต่อย่างไรก็ต้องรับฟังผลการวิเคราะห์จากแพทย์อีกที   ผมนึกในใจ…เอ๊..?  เราก็ไม่เคยเห็นลุงจุกกินเหล้าเลยนะ

….ผมเห็นลุงจุกแกนอนหลับ  พร้อมอุปกรณ์ระโยงระยางเต็มไปหมด  จากนั้นผมเลยเดินออกไปโทรแจ้งอาการป่วยของลุงจุกให้คุณโจ้ได้ทราบ  พอคุณโจ้ได้รับทราบ  แกก็บอกกับผมว่า  แต่ก่อนนี้ลุงจุกแกกินเหล้าขาวแทนน้ำเลยนะ  เพิ่งจะมาเลิกกินเอาอีตอนที่เกือบจะตายไปรอบนึง  ก่อนผมเข้ามาทำงานได้ไม่เท่าไหร่นี่เอง  แต่ตอนที่ป่วยคราวที่แล้ว ไม่ได้หนักเท่ากับครั้งนี้…

….คุณโจ้ไม่ต้องการให้ผมเอาเวลางานไปดูแลลุงจุก  แกจึงสั่งให้แม่บ้านที่สำนักงานอีกแห่ง  ผลัดเปลี่ยนแวะเวียนมาดูแลลุงจุก  พร้อมกับคอยแจ้งอาการให้แกทราบด้วย…

….ผมก็กลับไปทำงานที่ค้างอยู่ได้โดยไม่ต้องกังวลใจ  พอตกเย็นเลิกงานผมก็ขับรถกลับคุ้มฯ  ปกติพอผมหรือคุณโจ้ขับรถมาถึงปากประตูทางเข้า ก็เพียงแต่กดแตรเบาๆ  ลุงจุกหรือป้าทองก็วิ่งแจ้นมาเปิดประตูให้ ราวกับว่ามีรีโมทไฟฟ้าอย่างไงอย่างงั้น  แต่มาวันนี้ผมต้องลงจากรถเพื่อเปิดประตูทางเข้าเอง  ก็นึกซะว่า…รีโมทเสียก็แล้วกัน…55

….พอผมจอดรถเข้าที่  ความวังเวงมันก็วิ่งเข้ามาจับอยู่ที่หัวจิตหัวใจผมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เวลาก็โพล้เพลจวนจะค่ำ เงาไม้ก็ตะคุ่มๆ  มองอะไรก็ไม่ค่อยจะชัด  แถมวันนี้ไม่มีเสียงโทรทัศน์ที่ป้าทองแกเคยเปิด  ไม่มีเสียงวิทยุทรานซิสเตอร์ของลุงจุก  ไม่มีเสียงหึ่งๆ  จากกาต้มน้ำชงกาแฟ  ไม่มีแม้แต่เสียงนกกระจอกที่เคยร้องกันอย่างเจี๊ยวจ๊าวตอนแย่งกันเข้ารัง….เริ่มคิดในใจทำไมมันเงียบผิดปกตินักวะ

….ใจผมมันฝ่อๆ  ลงอย่างไงบอกไม่ถูก  ผมเดินไปเปิดวิทยุของลุงจุก  เอาเสียงเพลงลูกทุ่งมากลบความเงียบให้พอจางหายไปบ้าง   แล้วผมต่อโทรศัพท์หาคุณโจ้  บอกกับคุณโจ้ว่า  วันนี้ทั้งคุ้มฯ  เหลือผมอยู่แค่คนเดียวนะ…ถ้าผีมันโผล่มาคืนนี้ผมเสร็จแน่

คุณโจ้ได้ฟังผมพูดกึ่งขอความช่วยเหลือ  แกก็หัวเราะ  แล้วบอกว่าระดับอาจารย์อยู่มานานยังจะกลัวผีอยู่อีกเหรอ…  ผมก็ตอบกลับคุณโจ้ไปว่า ไม่กลัวเท่าไหร่คร้าบบบ  แต่มันแค่รู้สึกหวาดๆ เท่านั้นเอ้งงง….

สักพักคุณโจ้ก็มารับผมออกไปกินข้าวเย็นกันแถวๆ  ข่วงสิงห์  พอตกลงคืนนั้นคุณโจ้ก็มานอนเป็นเพื่อนผมที่คุ้มฯ   “ผมไม่ทิ้งอาจารย์หรอก  แต่ถ้าลุงจุกยังป่วยอยู่อย่างนี้อีกนาน  ผมก็ว่าจะให้อาจารย์ไปหาอาพาร์ทเม้นข้างนอกเช่าอยู่เป็นรายเดือนนะ”  เป็นคำพูดจากปากคุณโจ้  ที่ถูกใจผมมากๆเลยครับ  ใจจริงผมก็ไม่ได้อยากจะพักอยู่ที่คุ้มฯ นี้เลยจริงๆ  แต่ที่ต้องอยู่ก็เพียงแค่เหตุผลเดียวคือ … ทำอย่างไรก็ได้ ที่สามารถทำให้ผู้คนเชื่อว่าที่นี่ไม่มีผี … แต่จนป่านนี้แล้ว ผมก็ยังเชื่อว่า ผีก็ยังมีอยู่ดี  หึหึหึ…

….แล้วเราสองคนก็เข้านอนกันตามปกติ  คืนนั้นเป็นคืนที่ผมนอนหลับได้ง่ายที่สุด  พอหัวถึงหมอนก็หลับได้อย่างง่ายๆ เลยครับ  พอรุ่งเช้าผมก็เปิดประตูห้องนอนออกมา  ผมก็เห็นป้าทองกลับมาทำงานที่คุ้มฯ  แล้ว เห็นแกยืนถูพื้นอยู่บนเรือนข้างบน

ผมก็ทักป้าทองไปว่า  “แหมป้า  วันนี้ขึ้นมาถูพื้นข้างบนได้นะ” .. ป้าทองแกก็ยังคงถูพื้นอยู่ต่อไป  ไม่ยอมหันหน้ามาหาผม  แล้วแกก็ตอบกลับมาว่า..  “ป้าไม่เคยขึ้นมาทำความสะอาดให้หัวหน้าเลย  แต่วันนี้ป้าขึ้นมาทำให้แล้วนะ   หัวหน้าอย่าโกรธป้าเลยนะ  หัวหน้ายกโทษให้ป้าด้วยนะ” …ผมก็หัวเราะ แล้วก็ตอบกลับป้าแกไปว่า  “ผมจะไปโกรธป้าทำไม  ผมรู้ว่าป้ากลัวผีจนขี้ขึ้นสมอง  ผมไม่โกรธป้าหรอกครับ  ไม่ได้ถือโทษโกรธเครืองอะไรเลย”

..ป้าทองแกก็ตอบกลับมาว่า  “เดี๋ยวนี้ป้าเก่งแล้ว  ป้าไม่กลัวผีแล้ว 555” …ผมก็ถามแกต่อไปอีกว่า
…”เออ  แล้วป้าไปเยี่ยมลุงจุกรึยัง  แกป่วยอยู่ป้ารู้มั้ย ? “…ป้าทองแกก็คงหันหลังตอบกลับผมมาว่า
“ป้าไปมาแล้ว  คนชั่วๆ  อย่างมันยังไม่ตายง่ายหรอกค่ะหัวหน้า”…จากนั้นป้าทองแกก็ก้มหน้าเดินสวนผมลงบันไดไปชั้นล่าง  พอแกถึงกลางบันได  แกก็พูดขึ้นมาว่า  “ป้าลาหัวหน้าตรงนี้เลยนะคะ  หัวหน้าเป็นคนดี หัวหน้าอย่าอยู่ที่นี้เลยนะคะ  เชื่อป้า”

แล้วผมก็สะดุ้งตัวตื่นสุดแรง!!!  ..ผมฝันไปเหรอเนี้ย  ความฝันเมื่อกี๊มันเหมือนเรื่องจริงมาก…
แต่ผมไม่ได้เล่าเรื่องความฝันให้คุณโจ้ฟัง  เพราะเมื่อวานนี้ตอนทานอาหารเย็นกับคุณโจ้เราสองคนตกลงกันว่าเรื่องอะไรที่จะเป็นเรื่องชวนให้คิดไปทางนั้นทางนี้   เราจะไม่พูดถึงกัน  เพราะเราต้องการให้ทุกคนที่นี่
ห่างออกจากเรื่องเร้นลับกันสักที  เราอยู่กับความเร้นลับกันมานานเกินไป   นานจนทำให้โครงการพลาซ่าที่คุ้มเจ้าหลวงฯ  ของเราไม่ขยับไปไหนสักที

….ผมลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา  แก้ฝันกับพระแม่คงคา  โดยการเล่าความฝันของผมว่าเจอกับใครให้น้ำในขันน้ำล้างหน้าฟัง  เมื่อเล่าจบ ก็เอาน้ำนั้นล้างหน้า แล้วกล่าวตามว่า   “หากเป็นเรื่องดี  ก็ขอให้บังเกิดสิ่งดีงามแกตัวข้าพเจ้า   แต่หากเป็นเรื่องร้าย   ก็ขอฝากพระแม่คงคานำไปทิ้งด้วยเทอญ”

….”อาจารย์ ไปเยี่ยมลุงจุกกัน  แป๋วมันโทรมาบอกว่า  ลุงจุกต้องผ่าตัดวันสองวันนี้  ต้องมีญาติไปเซนต์ยินยอม”…คุณโจ้กับผมก็รีบตรงไปโรงพยาบาล…พอถึงโรงพยาบาลคุณโจ้ก็พูดคุยกับลุงจุก  ถึงการเตรียมตัวผ่าตัดอยู่สักพัก  แล้วลุงจุกแกก็หันหน้ามาทางผมแล้วก็บอกว่า

….”เมื่อคืนผมฝันเห็นป้าทอง  มันมาหาผม”  ผมได้ยินเท่านั้นผมก็ตกใจ  แต่ก็พยายามไม่แสดงอาการอะไร แล้วผมก็ถามแกถึงรายละเอียดในความฝัน  ลุงจุกแกก็เล่าให้ฟังด้วยเสียงยานคาง และฟังค่อนข้างยาก เนื่องจากสายยางที่สวนจมูกแก  ต้องผ่านหลอดอาหารลงไปถึงกระเพาะ  แต่ผมก็พยายามฟังแกเล่า
มีเนื้อความว่า..

….ผมป้าทองมันมายืนที่ปลายเตียง  เนื้อตัวก็เปียกปอนไปด้วยน้ำ  เหมือนเดินตากฝนมา  มีคราบเลือดเลอะเทอะอยู่ทั่วตัวไปหมด  เสื้อผ้ามอมแมม  ยกมือชี้หน้าผมครับหัวหน้า  แต่ไม่ได้พูดไม่จาอะไร  แล้วก็หายไป..

…พอผมฟังจบ  ผมก็ถามลุงจุกว่า “ลุงแน่ใจนะว่า  ป้าทองแกไม่ได้พูดอะไรกับลุง”…ลุงจุกแกก็พยักหน้า เหมือนแปลว่าแน่ใจ

….สองสามวันจากนั้นลุงจุกแกก็นอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล  หลังจากที่ขึ้นเขียงผ่าตัดเป็นอันเรียบร้อยปลอดภัยดี  ส่วนผมก็นั่งทำงานเอกสารอยู่ที่ชั้นล่างของคุ้มฯ  พลันก็ต้องลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์ส่วนกลางที่ดังขึ้น   ปลายสาย…”ขอพูดกับคุณตาจุกหน่อยค่ะ ”  เสียงเด็กรุ่นๆ โทรมาหาลุงจุก  “คุณตาจุกเข้าโรงบาล  หนูมีเรื่องอะไรคุยกับคุณตาจ๊ะ ? ”  ผมตอบกลับไป  แต่แล้วก็เหมือนมีคนแย่งสายไปพูด   เสียงที่ได้ยินก็เป็นเสียงของหญิงสูงวัย

…”นี่ฉันเป็นน้องสาวอีทองนะคะ  คุณเป็นใครคะฉันคุยกับคุณได้มั้ยคะ  คุณเป็นเจ้านายอีทองรึเปล่าคะ”..
น้ำเสียงที่พูดมาฟังดูเหน่อๆ  ผมก็ตอบกลับไป”  ได้ครับ  ผมเป็นหัวหน้าป้าทอง  มีอะไรคุยได้เลยครับ”
…เสียงน้องสาวป้าทองดูร้อนรน  แกก็ตอบกลับมาว่า ..”คือว่า  อีทองมันตายแล้วคะ  มันซ้อนมอไซด์หลาน  วิ่งตกคูน้ำตายค่ะ” …ใจผมหายแว๊ปไปนิดนึง… “ตายเมื่อไหร่ครับ  แกเพิ่งจะลางานไป”… น้องสาวป้าทองแกก็ตอบกลับมาว่า เมื่อสามวันที่แล้วจ้ะ

“สวดสามวันก็เผาเลย  ฉันให้หลานสาวมันโทรมาบอก  มันก็ไม่โทรฉันเองก็ยุ่งๆ กับงานศพ  เลยไม่ได้โทรมาบอก  นึกขึ้นได้ถึงได้โทรมานี่แหละจ้ะ”…..

……หรือการตายของป้าทอง  และการเจ็บป่วยปางตายของลุงจุก  คือบทแรกของอาถรรพ์ที่เราจะต้องเจอ ??

…ผีที่คุ้มฯเจ้าหลวง  ยังไม่จบ…มันใช่อาถรรพ์ที่แม่อุ้ยร่างทรงมาเตือนจริงหรือไม่   หรือว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น

….โปรดติดตามกันต่อไป….

Link : ตอนที่ 6 ผีคุ้มเจ้าหลวง

Link : ตอนที่ 7 ผีคุ้มเจ้าหลวง

Share good thing with:

olandiary

ชีวิตคือความหลากหลายในทุกมิติที่ลงตัว

10 Comments

นัช · August 11, 2017 at 3:01 am

กำลังสนุก รอมาสองวันแล้วสำหรับตอนต่อไป

    olandiary · August 12, 2017 at 11:58 am

    รอก่อนนะจ้ะ

หมูอ้วน ยิ้มแฉ่ง · August 16, 2017 at 8:54 pm

รอ ร้อ รอออออออออออออออ

June · August 22, 2017 at 9:38 am

ยังรออยู่นะคะ สนุกมากค่ะ

    olandiary · August 22, 2017 at 11:13 am

    ใกล้คลอดแล้วจ้า

Supanich · August 26, 2017 at 3:13 pm

รออ่านค่ะ ตื่นเต้นมาก

Sujitramas Fuangwut · August 30, 2017 at 10:47 am

รอตอนต่อไปค่า

June · August 30, 2017 at 2:48 pm

ตอนต่อไปใกล้มาแล้วยังค่ะ รออยู่นะคะ

    olandiary · August 30, 2017 at 3:57 pm

    รอก่อนนะค้าา

Chombua Rattanasang · September 8, 2017 at 10:39 pm

คอยตอนใหม่อยู่นะคะ 😉

Leave a Reply

%d bloggers like this: