…คุ้ ม เ จ้ า ห ล ว ง ฯ  อั น เ ป รี ย บ เ ส มื อ น บ้ า น ข อ ง พ ว ก เ ร า
…ต่ อ จ า ก นี้ จ ะ ไ ม่ มี ผี ม า ห ล อ ก กั น ต่ อ ไ ป อี ก แ ล้ ว …
…………………………………………………………………

….จากนั้นแม่อุ้ยร่างทรงก็ชี้นิ้วมาที่หน้าของผม  แล้วยังกล่าวต่อไปอีกว่า
.. การที่เจ้า  (หมายถึงผม)  จะกลับมาปลดปล่อยวิญญาณทาสเหล่านี้  ในชาตินี้ย่อมทำให้วิญาณเจ้านายฯ ที่อยู่บนเรือนข้างบน  ไม่พอใจเป็นอย่างมาก  พวกเจ้าจะต้องพบกับอาถรรพ์ที่ต้องทำให้พวกเจ้าจะต้องจดจำไว้จนวันตาย…

….ผมกลายเป็นพระเอกของเรื่องนี้ไปโดยไม่รู้ตัวเลยครับ เชื่อมั้ยว่า ขณะที่หูข้างนึงของผมฟังคนชื่อหน่อยแปลอยู่นั้นขนทั้งตัวของผม  มันลุกซู่  เย็นสันหลังวาบๆ อยู่ตลอดเวลา ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นต่างนิ่งเงียบ ไม่มีใครส่งเสียง  หรือพูดคุยกันสักแอะ ทุกสายตามองตรงมายังผม  ผมเองก็ไม่ได้อยากที่จะมีส่วนร่วมในปฎิบัติการข้ามภพข้ามชาติอะไรในครั้งนี้เลยจริงๆ

ผมต้องขอเคลียร์กับคนชื่อหน่อยให้รู้เรื่องเสียหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น  อยู่ๆ ผมก็กลายมาเป็นบุคคลในอดีตชาติ…..” คุณหน่อยครับ  ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นครับ  เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไง ” .. ผมซักถามด้วยความสงสัยแบบสุดๆ  “อ้ายบ่าต้องฮู้หยังปะล้ำปะเหลือ  อ้ายฮู้แต่ว่าอ้ายฮั้นเป๋นคนตี้มาปลดปล่อยหมู่ผีทาสหมู่นี้ก็ปอ”…เธอพูดแบบตัดบท  แม่เลี้ยงเจ้าของคุ้มฯ  แกก็อยู่และเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้  แม่เลี้ยงเป็นคนที่เชื่อเรื่องลี้ลับอย่างนี้แบบฝังหัว  ยิ่งได้เจอเหตุการณ์อย่างนี้เข้ากับตัวเองด้วยแล้วละก็   แม่เลี้ยงแกยิ่งตื่นเต้นและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

…..”อย่าเพิ่งกลับกันไปนะ  แม่อุ้ยร่างทรงและทั้งหมดที่มาด้วยกัน  อยู่ทานอาหารกันก่อน  เรื่องที่พักเดี๋ยวแม่เลี้ยงดูแลเอง”  แม่เลี้ยงลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้ามาหาทีมงานร่างทรง เอ่ยปากเชิญชวน ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน…แต่ กลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่ได้คิดจะอยู่พักพิงใดๆ  พูดยืนยันกับทางเราว่าจะกลับท่าเดียวเลย

ผมจึงเดินออกไปหาคนขับรถสองแถวที่พวกแม่อุ้ยนั่งมา ซึ่งจอดรออยู่ด้านนอกคุ้ม
ผมเอ่ยถามคนขับรถสองแถวว่า “พวกแม่อุ้ยเค้าเหมารถพี่มาเหรอ ไปกลับค่ารถเท่าไหร่ครับ เดี๋ยวผมจัดการให้แทน”  คนขับก็ตอบว่า  “ต้าบ่าได้แอ่วไปตางได๋แหม เฮ้าก็คึดแค่ปันห้า อ้ายจะจ่ายฮื่อเปิ้นก่อ ”
..” ใช่ เดี๋ยวผมจ่ายให้เดี๋ยวนี้เลย” .. แล้วผมก็ควักเงินส่วนตัว หนึ่งพันห้าร้อยบาทจ่ายให้ไปแบบง่ายๆเลย
.. แล้วผมก็ถามคนขับรถสองแถวคนนั้นต่อไปอีกว่า  การที่แม่อุ้ยและทีมงานทำอย่างนี้    พวกเค้าจะได้อะไรเหรอ คนขับสองแถวก็ตอบกลับมาได้ใจความว่า   แม่อุ้ยร่างทรงกับทีมงาน ก็ทำในสิ่งนี้มานานหลายสิบปี โดยที่ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน คนขับสองแถวคนนี้  ก็ตระเวนรับส่งอยู่อย่างนี้มาโดยตลอด  ซึ่งค่ารถค่ารา ส่วนใหญ่ทางเจ้าของบ้านที่แม่อุ้ยไปหา  ก็จะจ่ายให้โดยที่แม่อุ้ยไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย  ส่วนที่ไปเตือนแล้วไม่ยอมจ่ายค่ารถให้ก็มีนะ  แต่คนขับรถก็จะเรียกขอแต่ค่าน้ำมันจากแม่อุ้ย.. ที่ยิ่งต้องแปลกใจก็คือ
แม่อุ้ยก็ยอมจ่ายเงินค่าน้ำมันให้แก่คนขับสองแถว…

……ผมฟังแล้วก็ต้องยืนเกาหัว  ด้วยข้อสงสัยที่ว่า  แม่อุ้ยแกทำไป เพื่อ .. ?..

….หลังจากที่พ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงได้พูดคุยกับแม่อุ้ยและทีมงานผ่านไป สักพักใหญ่   พวกเราก็พากันเดินมาส่งแม่อุ้ยและทีมงานกลับบ้านที่แม่วาง  แล้วผมก็กำชับคนขับรถให้ขับรถดีๆ  และเอ่ยกล่าวคำร่ำลากับคนทั้งรถ ด้วยความรู้สึกที่ดี …

….สัปดาห์ต่อมาทางบริษัทฯ  ก็ให้ผมเป็นหัวแรงใหญ่ในการจัดการเรื่องงานฌาปนกิจศพในคุ้มฯ ให้เรียบร้อย  ผมก็ได้เข้าพบท่านเจ้าคุณฯ  วัดเจดีย์หลวง ปรึกษาท่านฯว่าจะเริ่มต้นงานอย่างไร  ท่านเจ้าคุณฯท่านก็ใจดีมีเมตตาแนะนำขั้นตอนพิธีกรรมต่างๆ  ของล้านนาให้กระผมเข้าใจ จนงานดำเนินผ่านไปอย่างเรียบร้อย  ส่วนเศษเหล็กโซ่ตรวน  เหล็กขอสับช้าง  รวมไปถึงเศษหม้อไหต่างๆ   ทางเราก็มอบให้ทางพิพิธภัณฑ์ฯ  ต่อไป พอถึงตอนท้ายผมก็ทำบุญกรวดน้ำให้แก่วิญญาณทาสในคุ้มเจ้าหลวงฯ  เป็นการส่วนตัวอีกครั้ง….ตอนที่กรวดน้ำส่งวิญญาณนั้นมีลมโชยมาอ่อนๆ พร้อมกลิ่นน้ำอบโบราณลอยมาจากไหนก็ไม่รู้ ซึ่งตอนนั้นผมนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในวัดเพียงคนเดียว

…..ย้อนกลับไป  เมื่อครั้งที่ผมเดินก้าวเข้ามาในคุ้มฯ  แห่งนี้เป็นครั้งแรก  ผมจำได้เลยว่า เมื่อพ่อเลี้ยงเห็นหน้าผมเป็นครั้งแรก  แกก็ทำหน้าตกใจเหมือนเห็นผี แล้วก็อุทานออกมาว่า “เหมือนแต้  เหมือนขนาด”…
พ่อเลี้ยงหมายถึงว่า  ผมหน้าเหมือนข้าราชการฯ คนหนึ่งในสมัยแผ่นดินสยามที่ขึ้นมาดูแลนครเชียงใหม่ เมื่อร้อยปีก่อน  มีรูปภาพและบันทึกประวัติโดยย่อในหนังสือเล่มหนึ่งที่บ้านพ่อเลี้ยง .. ข้าราชการฯ คนที่หน้าเหมือนผมนั้น เป็นแขกเปอร์เซีย  มีชื่อเรียกว่า ” อินทร์ ” เป็นชื่อภาษาไทย  และที่สำคัญคนชื่ออินทร์ผู้นี้  ยังมีศักดิ์เป็นคุณหลวงฯ  คอยดูแลงานทางด้านการเงินการบัญชีในการทำสัมปทานป่าไม้ในยุคนั้น ณ  คุ้มฯแห่งนี้ด้วย..
….พ่อเลี้ยงได้ถามผมว่า  ผมเป็นลูกครึ่งรึป่าว  เพราะหน้าตาผมไม่เหมือนคนไทยสักเท่าไหร่.. ผมก็ตอบว่า
คุณตาผมเป็นคนโปตุเกส  คุณปู่ผมก็เป็นแขกมัว  ผมเลยกลายเป็น  ลูกผสมคนพันธุ์ทางไปในที่สุด  เมื่อพ่อเลี้ยงฟังแล้วก็บอกผมว่า  มิน่าล่ะ  หน้าตาผมถึงดูแปลกๆ บางมุมก็เหมือนฝรั่ง บางมุมก็ดูเหมือนแขกขาว

…..พอเอาเรื่องที่พ่อเลี้ยงมาบอกว่า  ผมหน้าเหมือนข้าราชการฯ  คนหนึ่งในยุคแผ่นดินสยาม  มารวมกับคำพูดของแม่อุ้ยร่างทรงที่ว่าผมเคยเป็นข้าราชการฯ  ที่มาปลดปล่อยทาส  ดูๆ  ไปทำไมมันจึงเป็นเรื่องที่บังเอิญขนาดนั้น พอเอาเรื่องมาปะติดปะต่อกันมันก็ดูราวเหมือนเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมาหลอกกันเล่นๆ…

….ครั้นหันมามองในมุมทางโหราศาสตร์  ในดวงชะตากำเนิดของผมเองก็มี  ดาวปัตตานิ + วินาสน์ + มรณะ + กัมมะ  โยงใยและทำมุมถึงกัน  ซึ่งสามารถตีความหมายพอเข้าใจได้ง่ายๆ ได้ว่า  “คำสัญญาข้อผูกมัด + การกักขัง หรือ การปลดปล่อย + หลังความตาย + ชาติที่แล้ว อดีตชาติ หรือ กรรมเก่า  “นั้นก็คือ ถ้อยคำที่แม่อุ้ยร่างทรงได้บอกว่าผมได้พูดกับทาสในชาติที่แล้วว่า  “ในเมื่อชาตินี้กูปล่อยพวกมึงแล้ว  พวกมึงไม่คิดที่จะไปกัน ชาติหน้ากูก็จะกลับมาปล่อยพวกมึงอีก”

….ด้วย  3  ปัจจัยนี้เอง ที่ทำให้ผมพอจะรู้แล้วว่า….ทำไมผมถึงต้องมาที่นี่…ผมต้องกลับมาเพื่อทำภารกิจที่ผมได้ลั่นสัญญาเอาไว้ให้เสร็จสิ้น…ใครจะเชื่อ หรือ ไม่เชื่ออย่างไร ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ   แต่สิ่งที่ผมได้รับกลับมาจากเหตุการณ์ที่เป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตผมก็คือ  ความตื้นตันใจจนบอกไม่ถูก  เมื่อนึกถึง
ผมรู้สึกแน่นจุอยู่ที่หน้าอก  น้ำตาซึมทุกครั้งที่ผมนึกถึง  และรับรู้ได้ว่า  วิญญาณเหล่านั้นได้ไปสู่สุคติแล้ว..

….หลังจากเรื่องอะไรต่อมิอะไรได้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี  พวกเราทุกคนก็รู้สึกสบายใจ  คุ้มเจ้าหลวงฯ ที่ตอนนี้เปรียบเสมือนบ้านของพวกเรา จะไม่มีผีมาหลอกกันต่อไปอีกแล้ว .. พวกเราก็ทำงานและใช้ชีวิตกันไปตามปกติ   ตกกลางคืนผมก็เข้านอนที่ห้องนอนตามปกติ  โดยที่ไม่มีคุณโจ้นอนเป็นเพื่อน

…แต่ในคืนนั้น!!!  ตอนที่ผมกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น  ผมก็ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อผมได้ยินเสียงประตูห้องนอนใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม  มันถูกเปิดออกด้วยแรงกระแทกอย่างรุนแรง  ดังโครมเบ้อเริ้ม !!…ผมลืมตาขึ้นมองเห็นเพดานไม้  ในแสงสว่างจากหลอดไฟที่ไม่เคยปิด  ทันใดนั้นผมก็นึกถึงคำพูดของแม่อุ้ยร่างทรงที่ว่า
เราทุกคนที่นี่จะต้องพบกับ อาถรรพ์ที่จะต้องจดจำไปจนวันตาย …ขึ้นมาทันที !!…

…..หรือว่าผีในคุ้มเจ้าหลวงฯนี้ ยังจะคงมีอยู่

แล้วเรื่องอาถรรพ์ที่พวกเราจะต้องเผชิญกันต่อไปนั้นจะเป็นอย่างไร…ผีคุ้มเจ้าหลวงฯ ยังไม่จบ…….โปรดติดตามตอนต่อไป นะครับ…

Link : ตอนที่ 5 ผีคุ้มเจ้าหลวง

Link : ตอนที่ 7 ผีคุ้มเจ้าหลวง

 

Share good thing with:

olandiary

ชีวิตคือความหลากหลายในทุกมิติที่ลงตัว

5 Comments

Supanich · August 8, 2017 at 1:27 am

ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องเล่า จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ

    olandiary · August 8, 2017 at 4:47 am

    ขอบคุณมากๆค่าา

Lawan Chansangrat · August 8, 2017 at 9:07 am

ขอบคุณค่ะ

อิอิ · August 8, 2017 at 6:47 pm

ไม่ได้ติดตามนิยายมาสิบปีแล้ว นี้เรื่องแรก 555+

    olandiary · August 8, 2017 at 7:53 pm

    น่ารักที่สุดดด

Leave a Reply

%d bloggers like this: