ผีคุ้มเจ้าหลวง ตอนที่ 4

…ร ถ แ บ ล็ ค โ ฮ เ ข้ า จ้ ว ง ทํ า ล า ย ร า ก ไ ม้ ที่ แ ผ่ ค ลุ ม ห น้ า ดิ น …
…ลุ ง จุ ก เ รี ย ก ใ ห้ ผ ม ดู…สิ่ ง ที่ ติ ด ขึ้ น ม า กั บ ฟั น บุ้ ง กี๋ …!!…

…..ตลอดระยะเวลาที่ผมทำงานอยู่เชียงใหม่  ก็จัดว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่ผมมีความสุขอย่างมาก
ถ้าตัดเรื่องผีเรื่องสางออกจากชีวิตไปได้
…..บ่ายวันหนึ่งคุณโจ้ก็ยื่นหนังสือ ” สังคมเมืองเชียงใหม่  เล่ม 4 ” …ส่งให้ถึงมือผม  ผมรับหนังสือเรื่องนี้มาอ่าน  ผมอ่านมาแล้วทั้งหมดสามเล่ม  รวมเล่มนี้เข้าไปด้วย  ก็เป็นเล่มที่สี่  ซึ่งคุณโจ้เคยบอกให้ผมฟังว่า
อาจารย์ควรอ่านหนังสือเล่มนี้  เพื่อที่จะได้รู้ถึงความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่  จะได้รู้ว่าคนเชียงใหม่เค้าเชื่อในเรื่องอะไร  มีวิธีคิดกันอย่างไร  และรวมถึงการได้รู้ในขนบทำเนียม  ประเพณี  วัฒนธรรมของคนเมือง …
ผมเองก็เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณโจ้พูด  หนังสือชุดนี้จัดเป็นหนังสือที่ดีมากๆ  เวลาว่างเสร็จจากงาน  ผมก็ชอบเอามานั่งอ่าน
…..ไม่นานนัก  ผมก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้  จึงได้รีบขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อหาหนังสือเล่มหนึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แผ่นดินล้านนา  เมื่อราวร้อยกว่าปีที่แล้ว  ยุคสมัยที่ฝรั่งเข้ามาทำสัมปทานไม้สักทางภาคเหนือ  หนังสือเล่มนี้ได้วางรวมๆ กันอยู่กับกองหนังสืออ่านเล่นบนหัวนอน  ผมนึกถึงภาพที่ผมได้เคยเห็นผ่านตา  เป็นรูปผู้หญิงสูงศักดิ์นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง  ปล่อยผมสยายออกฟูฟ่องปลายผมวางกองกับพื้น คะเนด้วยสายตาแล้ว  กะความยาวของเส้นผมนี้ก็น่าจะยาวเกือบถึงเท้าเห็นจะได้  หากอยู่ในท่ายืน

….พอผมได้เจอภาพนี้ ที่มีอยู่ในหนังสือผมก็นึกย้อนถึงวันแรกที่มา  แล้วป้าทองก็วิ่งเอาที่ถูพื้นกับไม้กวาดมาให้บอกว่าให้ทำเองนะคะหัวหน้า   ป้าไม่ทำข้างบน แสดงว่าแกต้องเคยเห็น แล้วก็นึกไปถึงตอนที่คุณโจ้บอกว่าห้องที่ล็อคไว้เป็นห้องของเจ้านายชั้นสูง  ผมก็เลยรีบวิ่งลงถามป้าทอง พร้อมกับพลิกรูปที่อยู่ในหน้าหนังสือ เปิดออกให้แกดู  ” ป้าทอง ป้าทอง ป้าเคยเห็นผีผู้หญิงบนเรือนมั้ย และผู้หญิงที่ป้าเห็นบนเรือนข้างบน เหมือนกับผู้หญิงในรูปนี้รึป่าวครับป้า ? “…ทันทีที่ป้าทองได้เห็นภาพ  ป้าทองแกก็อ้าปากค้าง ทำตาถลนพองโตเหมือนเห็นผี  พร้อมกับเบ้หน้าหนีเอามือสองข้างดันหนังสือออกจนสุดแขน แล้วพูดว่า ” หัวหน้าเอาอะไรมาให้ป้าดู  ป้าไม่ได้อยากดูนะ ” ป้าทองพูดด้วยเสียงสั่นเครือ  ผมจึงได้โอกาสสืบสวนเรื่องผีที่ป้าทองเคยเจอ

….. ป้า ไหนๆ เราก็อยู่กันมานานละ  ช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยซิว่า  ผีที่ป้าเจอข้างบน  หน้าตามันเป็นอย่างไงกำลังทำอะไรอยู่  ผมเอ่ยปากถามป้าทอง ด้วยน้ำเสียงที่เป็นการเป็นงาน .. ป้าทองแกก็ทำท่าเหมือนกับจะเรียกสติกลับมา สักพักแกก็เริ่มเอ่ยปาก  ” ป้าไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้เลย  มันน่ากลัวมันยังติดตาป้าอยู่เลย แล้วหัวหน้าอยากจะรู้ไปทำไมคะ ? ” ป้าทองย้อนถามผม
” ก็เผื่อผมจะได้มีข้อมูล  เพื่อจะได้แก้เรื่องปัญหาผีๆ สางๆ ที่มีอยู่ที่นี่ได้ไงครับ  เผื่อจะได้รู้ว่า  วิญญาณเหล่านี้เค้าต้องการอะไร ”  ผมพยายามตะล่อมให้ป้าเล่าให้ฟัง  แล้วป้าทองก็เริ่มเล่าถึงผีบนคุ้มให้ผมฟังแบบตะกุกตะกัก พอจับใจความได้ว่า

…..วันแรกของการทำงานที่คุ้มฯ ของป้าทองก็เริ่มต้นด้วยการเก็บกวาดบริเวณชั้นล่างของตัวคุ้มฯ ทั่วไป
เพื่อจัดเตรียมให้เป็นที่พักของป้าและลุงจุก  แล้วคืนแรกที่ป้าได้นอนพักค้างที่คุ้มหลวงแห่งนี้  ป้าก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินอยู่ข้างบน  ก็รีบสะกิดให้ลุงจุกตื่นมาฟัง  แต่ลุงจุกก็หลับเป็นตายด้วยความเพลีย  จึงคิดไปว่าอากาศที่เย็นลงในตอนกลางคืน  คงทำให้เกิดเป็นเสียงไม้พื้นกระดานลั่นขึ้นได้  เลยจึงหลับไปโดยไม่ติดใจคิดอะไร

…รุ่งขึ้นก็เริ่มไล่กวาดถูทำความสะอาดเรือนทั้งหลัง  ลุงจุกก็บอกให้ป้าเริ่มไล่ทำความสะอาดจากด้านบนชั้นสองลงมาก่อน  ป้าก็ทำตามที่ลุงจุกแนะนำ  วันนั้นเป็นช่วงเวลาบ่ายๆ  ป้าก็เปิดหน้าต่างที่ห้องโถงชั้นบนเพื่อให้ฝุ่นได้ระบายออก  ในขณะที่ป้ากำลังเร่งมือทำความสะอาดกวาดถูอย่างขมักเขม่นอยู่นั้น  จู่ๆ  ประตูห้องนอนใหญ่ก็ได้ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ  ป้าไม่ทันได้คิดอะไรก็เดินเข้าไปปิดงับไว้อย่างเดิม  เพราะเข้าใจว่าที่ประตูห้องเปิดนั้นเกิดจากแรงลมข้างนอก แล้วก็กลับไปถูพื้นต่อไม่ได้คิดอะไร..

แต่แล้วประตูห้องนอนใหญ่ห้องเดิมก็เปิดออกมาอีก  ทีนี้ไม่ทันที่ป้าจะเดินไปปิด!!!  ร่างของผู้หญิงผมยาวก็ได้ปรากฎขึ้นทันที  วินาทีนั้นป้ามั่นใจมากว่าาาาา…. สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันต้องเป็นผีอย่างแน่นอน….ล้าน %

…. ผีผู้หญิงตนนั้นแต่งตัวเหมือนหญิงผู้สูงศักดิ์ในสมัยโบราณ  เส้นผมเหยียดยาว  ปลายผมยาวเลี่ยละพื้น เหมือนไม่เคยผ่านการตัดผมนานมากกก…แล้วก็เดินก้มหน้าตรงเข้ามาหาป้า  แกว่งหัวไปมาอย่างช้าๆ  ทำท่าคล้ายราวกับว่า จะใช้เส้นผมกวาดพื้นก็ไม่ปาน  ที่แทบเท้าของผีเจ้าหญิงทั้งซ้ายและขวาก็มีบ่าวไพร่เป็นหญิง  ทำท่าคุดคู้ชันเข่าขึ้น  คืบตัวหมอบคลานขนาบข้างเจ้านายของมันตามกันออกมาจากห้องอย่างช้าๆ  หน้าตาเหมือนคนโบราณทำตาถลึงใส่ป้า  เหมือนกับมีความเกลียดชังเครียดแค้นกันมาเป็นร้อยๆ ปี

….ไม่ทันที่ผีทั้งสาม  จะเคลื่อนเข้ามาถึงตัวป้า ป้าก็ร้องกรี๊ดๆๆๆๆๆ  แล้วก็สลบไป  วันนั้นลุงจุกแกเลยรีบพาป้าไปส่งที่โรงพยาบาลมหาราช โดยที่ยังไม่รู้ว่าด้วยซ้ำว่าป้าเป็นอะไร… พอป้าได้สติฟื้นขึ้นมาก็รีบเล่าเรื่องที่เจอผีให้ลุงจุกฟัง และบอกไปด้วยว่าก่อนจะเป็นลมหมดสติไปนั้น  ป้ายังได้ยินเสียงผีเหล่านั้น ไล่!!! ป้าเลยจริงๆ  นะ  เสียงยังก้องติดหูอยู่เลยว่า ….” ป๋ายยยย ป๋ายฮื้อมด !! ” ( ไป ไปให้หมด )

จากนั้นลุงจุกกับป้าทองก็ปรึกษากันว่าจะไม่ขออยู่ที่คุ้มฯ นี้กันอีกต่อไป  พอป้าทองออกจากโรงพยาบาล
ทั้งสองจึงตรงไปหาพ่อเลี้ยงเจ้าของคุ้มฯ  เพื่อขอลาออก….แต่ทั้งพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยง  ก็วิงวอนขอให้ลุงและป้าอยู่ต่อ  โดยการเพิ่มเงินเดือนให้อีกเป็นเท่าตัว  และสั่งให้ดูแลเฉพาะชั้นล่าง  ส่วนชั้นบนก็ปล่อยไว้อย่างนั้น ไม่ต้องขึ้นไปดูแลเป็นเรื่องที่ทางบริษัทฯ  จะจัดการเอง  ทั้งลุงจุกและป้าทองจึงได้ตัดสินใจอยู่ดูแลคุ้มฯต่อไป  ถึงแม้นจะมีความหวาดผวาอยู่บ้างก็ตาม

…..พอผมได้ฟังเรื่องราวของป้าทองจบ  ผมก็หมดข้อสงสัยว่าทำไม  ลุงจุกกับป้าทองถึงได้ทนอยู่กับผีได้เป็นนานก็เพราะค่าตอบแทนที่สูง  วันๆ นึงแกสองคนก็แทบจะไม่มีเรื่องที่จะต้องใช้เงิน  ก็น่าจะมีเงินเก็บเดือนละเป็นหมื่นเก็บไว้ใช้ตอนที่ทำงานไม่ไหว….ถึงไม่มากนัก  แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเก็บ
…..ส่วนคุณโจ้ที่ทนอยู่อย่างนี้ได้  ก็เพราะคุ้มฯ  แห่งนี้เป็นสมบัติของตระกูล  จะอย่างไงก็ต้องช่วยพี่ชายของตัวเอง

คิดๆเรื่องของคนอื่นแล้วก็กลับมามองดูตัวเราเอง เออ..แล้วกูล่ะ กูต้องมาอยู่กับผี ” เ พื่ อ …..? ”
เรื่องบางเรื่องบนโลกใบนี้ บางทีมันก็ยากที่จะอธิบาย ว่าทำไมมันถึงต้องเป็นอย่างนี้….ผมอยู่กรุงเทพฯดีๆ แต่ทำไม  ผมถึงถ่อมาให้ผีหลอกถึงเชียงใหม่ก็ไม่รู้…คิดแล้วก็ขำ…

……ผ่านมาอีกไม่นาน  ผมก็เห็นป้ายบิลบอร์ดโฆษณาขนาดใหญ่ติดข้อความไว้ว่า …
…” เครือซีเมนต์ไทย สนับสนุนบล็อคปูพื้นถนนคนเดิน “… ผมก็เลยสอบถามคุณโจ้ว่าเกิดอะไรขึ้น  จึงได้คำตอบว่าทางเทศบาลเมืองฯ  เค้าจะทุบถนนคอนกรีตที่มีอยู่เดิมในเขตคูเมืองออก  แล้วปูบล็อคตัวหนอนแทน
เพื่อปรับให้เป็น ” ถนนคนเดิน ” ..ตามนโยบายของนายกเทศมนตรี ที่ได้ประกาศไว้….

…..คุณโจ้เลยบอกกับผมว่าพ่อเลี้ยงสั่งมาว่า  ให้นำเศษคอนกรีตที่ทางเทศบาลฯทุบถนนทิ้งมาถมในสนามด้านขวาของตัวคุ้ม  เพื่อปรับให้พื้นสนามสูงขึ้น….พอผมได้ฟัง  ผมก็ต้องร้องยี้ !! อะไรกัน จะเอาเศษปูนเศษอิฐหักมาถมสนามทำไม ไม่เข้าท่าเลย  คุณโจ้เองก็ไม่ได้เห็นดีด้วยแต่ก็ไม่รู้จะขัดได้อย่างไร  แกรู้จักนิสัยของพ่อเลี้ยงดีครับ  ถ้าจะทำอะไร  จะเอาอะไร  ก็ต้องได้  เรียกว่าเอาแต่ใจแบบสุดๆ  มาตั้งแต่ไหนแต่ไร คุณโจ้แกจึงได้ปรึกษาผมว่าจะเอาอย่างไงดี อาจารย์ช่วยดูแลเรื่องเทคนิคหน่อย

….ผมจึงแนะนำให้ใช้รถแบล็คโฮขนาดเล็ก  เข้าไปขุดบ่อลึกสักสามเมตร  ความกว้างก็ให้กินพื้นที่สักครึ่งสนาม  แล้วค่อยเอาเศษคอนกรีตถมลงไป  จากนั้นจึงนำดินที่ขุดขึ้นมากลบด้านบน  แล้วเกลี่ยระดับดินให้เสมอ  บดอัดให้แน่น  เราก็จะได้ระดับพื้นดินทั้งสนามสูงขึ้นหนึ่งเมตรครึ่ง  จากนั้นเราก็ทำคานรับแรงเบ่งก่อกำแพงปูนเท่านี้ก็เรียบร้อยสวยงาม  และประการสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ  ถูกใจพ่อเลี้ยง….คุณโจ้เห็นด้วย และเห็นด้วยที่สุดก็อีตรงประการสุดท้ายนี่แหละครับ

……ตกเย็นวันนั้น   ผมก็เริ่มโทรตามซัพพลายเอ่อร์ที่จะมาใช้ในงานนี้   นัดแนะเวลากันเตรียมงาน  ก่อนที่เทศบาลจะนำเครื่องจักรหนักมาลงงาน…. คืนนี้เราทั้งสองพร้อมใจตกลงกันว่า  จะพักตับกันสักสองสามวัน
กินเหล้ากินเบียร์ทุกวันก็ไม่ค่อยไหว  ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณ….พอหลังอาหารมื้อเย็น  เราก็ขึ้นไปนั่งดูซีดีอยู่บนห้องนอน  พอหนังหมดแผ่นเปิดโทรทัศน์ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดู  เราทั้งคู่ก็พากันนอน  นึกในใจอยู่ว่าคืนนี้ไม่ได้กินเหล้า กูจะโดนผีหลอกมั้ยว้าาาา…

….ผมเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ตัว   มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รู้สึกว่าแน่นหน้าอก  หายใจไม่ออก  ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ก็เห็น…ก็เห็นๆๆๆๆ  ผีผู้หญิงปล่อยผมยาว  ยิ้มฟันดำปี๋ใส่เสื้อแขนยาว  นุ่งโจงกระเบน  ขึ้นมาเหยียบอยู่บนหน้าอกผม ความรู้สึกของผมในขณะนั้นมันยังไม่ได้รู้สึกกลัวเลยนะ  มันรู้สึกเหมือนถูกสะกดให้ต้องมองหน้าเจ้าผีตัวนั้น  ในภาพที่ปรากฎอยู่อย่างเสมือนจริง  ผมก็พยายามจะดิ้นๆๆๆให้หลุดออก แต่ก็ไม่สามารถดิ้น   หรือแม้นแต่จะขยับตัวหนีได้แม้แต่นิดเดียว..

….เส้นผมของเจ้าผีตนนั้นมันยาวขนาดที่ว่า  ปลายผมของมันมาละหน้าละตัวผม  มันรู้สึกได้ชัดเจนอย่างกับไม่ใช่ความฝัน  มันแสยะยิ้มพร้อมกับพูดว่า….” ปายยยย ปายกั๋นฮื้อ มด !!! “…ผมพยายามดิ้นสุดแรงเกิด
จนผมสะดุ้งตื่นรู้สึกตัวขึ้นมานั่งหอบแฮกๆ รีบเอามือคลำพระที่คอ  เออ  พระก็อยู่นี่…นี่แสดงว่า ผีแม่งหลอกไม่เกรงใจพระเลยเน้อ  เราสองคนนอนเปิดไฟทุกคืนไม่เคยปิดก็คิดว่าสว่างแล้วผีจะไม่มา ผมก็ได้แต่หันไปมองคุณโจ้ที่ยังคงหลับอยู่ เลยกะไว้ว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยเล่าให้ฟัง….

…รุ่งขึ้น  ผมก็รีบเล่าเรื่องที่ผมเจอผีให้คุณโจ้ฟัง  คุณโจ้ก็บอกว่าเมื่อคืนผมก็เจอคล้ายๆอาจารย์นี่แหละ  กะจะเล่าให้ฟังเหมือนกัน  แต่ที่ผมเจอมันเป็นความฝัน  ประเภทฝันร้าย….พอเราสองคนได้ฟังเรื่องของแต่ละคนแล้ว   ต่างก็พากันหัวเราะเหมือนเรื่องผี   เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน …

….อีกสองสามวันต่อมา  รถแบล็คโฮที่ว่าจ้างไว้ก็เข้ามาขุดสนามตามที่นัดไว้…. คนขับรถแบล็คโฮก็เริ่มเอาหัวบุ้งกี๋โขกลงไปบนพื้นดินที่แห้งๆแข็งๆ กลางสนาม  ขุดลงไปได้ไม่เท่าไหร่  ผมก็เห็นรากไม้ติดหัวจอบบุ้งกี๋ขึ้นมา   คนขับรถแบล็คโฮก็ไม่ปรานีปราสัย  กลับยิ่งจ้วงกระชากรากไม้นั้นออกอย่างเมามันส์  เท่าที่ผมมองดูก็คงเป็นรากของต้นพุทราร้อยปีที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมสนามในคุ้มฯ  นี้  ธรรมชาติของต้นไม้ใหญ่กิ่งที่อยู่ด้านบนแผ่ไปแค่ไหน  รากที่อยู่ใต้ดินก็แผ่ออกไปเท่านั้น….จึงเป็นเรื่องปกติของต้นไม้อายุเป็นร้อยๆ ปี  ที่จะมีรากมากมายขนาดนี้…

…..ผมละสายตาจากรถแบล็คโฮออกไป แล้วแหงนมองดูความอลังการของทรวดทรงต้นพุทราร้อยปี   ที่มีกิ่งก้านงดงามในยามกลางวัน  และน่าสะพึงกลัวในยามค่ำคืนอยู่อย่างเพลินเพลินๆ  อยู่ๆลุงจุกแกก็ตะโกนขึ้นมาดังลั่น…เล่นเอาผมเองตกอกตกใจหมด… ” หัวหน้าครับ  หัวหน้าครับ  อะไรมันติดขึ้นมาครับนั้น !! “…ผมก็มองไปตามมือลุงจุกที่แกชี้ไป

….รถแบล็คโฮ มันจ้วงเอาอะไรขึ้นมาว่ะ ? !! ผมเพ่งมองไปที่ฟันบุ้งกี๋  ดูเหมือนมีซากอะไรติดขึ้นมาเหมือนเศษเหล็กขึ้นสนิม..

พราหมณ์เมศ

 

…..( เรื่อง ผีที่คุ้มเจ้าหลวงฯ ยังไม่จบนะครับ….อะไรที่ผมกับลุงจุกเห็น อะไรที่ขุดขึ้นมาได้จากใต้ดิน .. โปรดติดตามต่อไปนะครับ )
Link : ผีคุ้มเจ้าหลวง ตอนที่ 3

Link : ตอนที่ 5 ผีคุ้มเจ้าหลวง

อ.พราหมณ์เมศ วาสุเทพ

Share good thing with:

15 Comments

  1. น่าตื่นเต้นติดตามค่ะ แต่ขออนุญาตนะคะ รถแบ็คโฮ “backhoe” ค่ะ มิใช่ แบล็คโฮ

  2. มีแฟนๆรอตอนห้าอย่างใจจรดจ่อค่ะ ทุกคนชอบกันมาก ขอบคุณนะคะ

    1. ขอบคุณมากค่ะ รอ อ. กลั่นต้นฉบับ ถ้ามาปุ๊บรีบลง เลยค่าาาา

  3. เข้ามาดูอัพเดททุกวันเลย ยังรออ่านอยู่นะคะ 🙂

  4. เข้ามารอตอนที่5ทุกวันเลย ติดตามอยู่นะคะ😆

Leave a Reply